โกงเจ้าหนี้ 👨🏻‍⚖️❤️

✅ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2568 ✅ :

= ข้อเท็จจริงคดี : 👨🏻‍⚖️❤️

1️⃣ จำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 เป็นสามีภริยา ได้ทรัพย์สินมาระหว่างสมรส “ ถือว่าเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง ” และ

2️⃣ จำเลยที่ 1 มีชื่อในที่ดินแต่เพียงผู้เดียว แต่ได้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มาในระหว่างสมรส กับจำเลยที่ 2

จึงถือว่า “เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยทั้งสอง” และ

3️⃣ เมื่อจำเลยที่ 1 โอนที่ดินฯให้แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยทั้งสองอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา ซึ่งเจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง(สินสมรส)

เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้ และ

4️⃣ ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่ทำให้สิทธิของเจ้าหนี้ได้รับความเสียหาย “ไม่มีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้” ✅ มาตรา 350 ประมวลกฎหมายอาญา 👨🏻‍⚖️

🎉❤️ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน จึงเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ❤️🎉

#ทนายขนบรัฐ

#สำนักงานกฎหมายขนบรัฐ อุดมการไพศาล

#เพจ : ✅ KL Law‘s ✅

#ปรึกษาปัญหากฎหมายและแนวทางการต่อสู้คดี :

เบอร์ติดต่อ 087-496-0732

#โกงเจ้าหนี้

6/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามคดีความเกี่ยวกับการฟ้องร้องฐานโกงเจ้าหนี้ พบว่าความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคำว่า "โกงเจ้าหนี้" มีความสำคัญมาก เพราะปัญหาการยักย้ายถ่ายเททรัพย์มักเกิดขึ้นในครอบครัวที่มีสินสมรสร่วมกันตามกฎหมาย โดยเฉพาะคู่สมรสที่ทรัพย์สินถือเป็นของร่วม ในคดีนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาระหว่างสมรสจากสามีไปยังภริยา ไม่ได้ถือเป็น "โกงเจ้าหนี้" ตามมาตรา 350 ประมวลกฎหมายอาญา เพราะทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรสของทั้งสอง และเจ้าหนี้ก็ยังคงมีสิทธิ์ที่จะยึดทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ได้ จากนี้ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า หลักฐานสำคัญของความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ คือการยักย้ายทรัพย์สินเพื่อปกปิด หรือเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนเท่านั้น หากการโอนทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรส และไม่มีเจตนาให้เจ้าหนี้เสียสิทธิ สิทธิของเจ้าหนี้ก็ยังคงอยู่และไม่มีความผิดเกิดขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการฟ้องร้องเรื่องนี้ คำสั่งของศาลฎีกานี้ช่วยชี้แนะแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และทำให้เราเรียนรู้ว่าการจัดการเรื่องสินสมรสร่วมกันต้องทำอย่างโปร่งใสและถูกต้อง หากไม่แน่ใจควรปรึกษาทนายความที่เชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ท้ายที่สุด การทำความเข้าใจเรื่อง "โกงเจ้าหนี้" และการบริหารทรัพย์สินในครอบครัวให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและลดข้อพิพาทได้มากขึ้นอย่างแท้จริง