Automatically translated.View original post

Part 1 The AI Age Bubble: Is It Gone? Or Just a Prolongation?

The stock market bubble of the past.

It is often seen as cyclically born and broken about every 5-6 years. 🫧

But this round is different.

From the 2008 financial crisis to today,

More than 10 years have passed.

The world's stock market has yet to experience a full bubble. 💥

✅ question is

This round of bubbles is "not yet born."

Or is it literally "prolonging"?

Looking back at the past

The dot-com bubble broke fast.

Because the technology isn't ready yet.

Revenue is also just a concept.

The 2008 crisis broke.

Because the financial system is fragile.

And there's no impact tool ⛓️. 💥

But after 2008, the financial world changed.

Long low interest

Liquidity compression measures

Causing the market not to be left to reset the same force 🏦

So the bubble didn't disappear.

It was just "deferred." ⏳

The risk used to drain in a few years.

Was averaged out for a longer period of time.

And the longer the time passes,

The question of pressure on the system is increasingly pushing. 🔝

Maybe...

This round of bubbles may not be fast-breaking bubbles.

But it's a bubble that takes more time to accumulate than ever.

And it can take longer than other cycles.

🌐 There are three episodes. Please follow.

# Trending # Please ask # Today's news # News # Invest

2025/12/19 Edited to

... Read moreฟองสบู่ในยุค AI หรือยุคหลังวิกฤตการเงินปี 2008 นั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาและแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในการทำงานของตลาดหุ้นและระบบการเงินทั่วโลก โดยทั่วไป ฟองสบู่ทางการเงินจะเกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์สูงเกินจริง และจะระเบิดในช่วงเวลาที่ตลาดต้องปรับตัว แต่ฟองสบู่ในยุคนี้กลับมีลักษณะที่แตกต่าง เนื่องจากหลายปัจจัยร่วมกันทำให้ฟองสบู่ไม่ได้ระเบิดออกมาในทันทีเหมือนอดีต หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟองสบู่ตลาดหุ้นถูก "เลื่อนเวลา" คือ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานและมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง ทำให้ตลาดได้รับแรงหนุนและไม่ได้เผชิญการปรับตัวอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI สมัยใหม่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีการลงทุนและประเมินมูลค่าสินทรัพย์ โดยช่วยนักลงทุนวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก รู้เท่าทันสภาวะตลาด ส่งผลให้เมื่อต้องเผชิญความเสี่ยง ฟองสบู่ไม่ได้แตกกระแทกแรงเหมือนในอดีต แต่กลับถูกกระจายความเสี่ยงและยืดระยะเวลาการสะสมความเสี่ยงออกไป ถึงอย่างนั้น ความเสี่ยงที่ถูกเลื่อนเวลาและกระจายออก ไม่ได้หมายความว่าฟองสบู่จะหายไปโดยสมบูรณ์ เพราะหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจถูกยกเลิกหรือสภาพคล่องลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้แรงกดดันสะสมจนรุนแรงจนเกิดการปรับตัวที่มากขึ้นในอนาคต ในแง่ของนักลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การเข้าใจว่าฟองสบู่ไม่ได้หายไป แต่อาจแค่ยืดเวลาช่วยเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในตลาดได้ดีขึ้น การติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์เชิงลึกและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดยุค AI จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ท้ายที่สุด ฟองสบู่ยุค AI คือบทเรียนสำคัญว่าแม้ตลาดและเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงเร็วเพียงใด ความเสี่ยงทางการเงินก็ยังคงมีอยู่และอยู่ในระหว่างกระบวนการสะสมและปรับสมดุลที่อาจใช้เวลานานกว่าที่เคยเป็นมา การทำความเข้าใจฟองสบู่ที่อาจ"ยืดเวลา"นี้ จะช่วยให้เรารับมือกับวิกฤติการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่แม่นยำมากขึ้นในอนาคต