Automatically translated.View original post

Little squirrel

2025/9/17 Edited to

... Read moreถ้าเพิ่งเจอ “กระรอกน้อย” แล้วกำลังค้นหาว่ากระรอกกินอะไร/ลูกกระรอกกินอะไรได้บ้าง สิ่งแรกที่อยากบอกคือ “อย่ารีบให้อาหารแข็ง” และอย่าให้นมวัวนะคะ เพราะท้องเสียได้ง่ายมาก โดยเฉพาะลูกกระรอกแรกเกิดที่ยังย่อยไม่ไหว 1) ลูกกระรอกแรกเกิด–ยังไม่ลืมตา (ประมาณ 0–3 สัปดาห์) ช่วงนี้โฟกัสคือ ความอบอุ่น + นมสำหรับสัตว์เลี้ยงเล็ก (เช่น นมลูกแมว KMR) ชงตามฉลาก ป้อนทีละน้อยด้วยไซริงก์เล็ก ป้อนช้าๆ กันสำลัก หลังป้อนต้องช่วยกระตุ้นให้ฉี่/อึด้วยสำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บริเวณท้องน้อยและก้นทุกครั้ง คล้ายที่แม่กระรอกทำ 2) ช่วงเริ่มลืมตา–ฟันเริ่มขึ้น (ประมาณ 3–6 สัปดาห์) ยังให้นมเป็นหลัก แต่เริ่ม “ฝึกชิม” อาหารอ่อนๆ ได้ เช่น กล้วยสุกนิดเดียว มะละกอสุก แอปเปิลหั่นชิ้นเล็ก (เอาเมล็ดออก) หรือผักใบอ่อนบางชนิด ให้ทีละอย่างเพื่อสังเกตอาการท้องเสีย 3) กระรอก 1 เดือนกินอะไรได้บ้าง? โดยมากยังต้องมีนมวันละหลายมื้อ แต่สามารถเพิ่มอาหารแข็งแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น เมล็ดฟักทองไม่ปรุง ถั่วเปลือกแข็งปริมาณน้อย (อัลมอนด์/วอลนัตแบบไม่เค็ม) และอาหารเม็ดสำหรับกระรอก/สัตว์ฟันแทะ (ถ้ามี) จุดสำคัญคือคุมปริมาณ “ของมัน” เพราะหลายคนสงสัยว่ากระรอกกินอะไรถึงอ้วน—คำตอบคือถั่วเยอะๆ เมล็ดทานตะวันเยอะๆ และของหวานค่ะ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง (สำคัญมาก) - นมวัว นมข้นหวาน ขนมปัง ข้าว ของปรุงรส เค็ม/หวาน - ช็อกโกแลต คาเฟอีน แอลกอฮอล์ - เมล็ดแอปเปิล/เมล็ดผลไม้บางชนิด และอาหารขึ้นรา - ผลไม้หวานจัดให้เยอะเกินไป (เสี่ยงอ้วนและท้องเสีย) ทริคเลี้ยงให้รอดและปลอดภัย - ถ้าตัวเย็น ห้ามป้อนนม ให้ทำให้อุ่นก่อนเสมอ (ผ้าห่ม/แผ่นความร้อนอ่อนๆ) - ป้อนท่านอนคว่ำหรือกึ่งคว่ำ ห้ามหงายเหมือนเด็ก เพราะเสี่ยงสำลักเข้าปอด - ถ้ามีอาการท้องเสีย ซึม หายใจมีเสียง/สำลัก ควรรีบพบสัตวแพทย์หรือศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ถ้าตั้งใจ “เลี้ยงกระรอก” จริงๆ แนะนำทำกรงที่ปลอดภัย มีที่ปีน ของให้แทะลับฟัน และค่อยๆ ปรับอาหารให้ใกล้ธรรมชาติ (ถั่ว เมล็ด ธัญพืช ผักผลไม้พอดี) จะช่วยให้กระรอกน้อยแข็งแรง ไม่อ้วนง่าย และโตแบบสบายๆ ค่ะ