Wild squirrel
หลายคนอาจเคยเห็น “ก้อนใบไม้กลมๆ” ติดอยู่ตามกิ่งไม้แล้วสงสัยว่าใช่รังกระรอกตามธรรมชาติไหม จากที่เคยเจอเวลาตามดูสัตว์ป่าในสวน/แนวป่าชุมชน รังกระรอกมักดูเป็นก้อนแน่นๆ คล้ายรังนก แต่จะ “ใหญ่กว่าและหนากว่า” เพราะกระรอกต้องใช้เป็นที่พักหลบฝนหลบแดด และบางช่วงใช้เป็นที่เลี้ยงลูกด้วย สิ่งที่สังเกตได้บ่อยเกี่ยวกับรังกระรอกตามธรรมชาติ - ตำแหน่งรัง: มักอยู่บนกิ่งค่อนข้างสูง ใกล้ลำต้นหรือแฉกกิ่งใหญ่ เพื่อให้แข็งแรงและหลบผู้ล่าได้ดี เวลาเงยดูจะเห็นเหมือนก้อนใบไม้แห้ง/ใบสดอัดเป็นชั้นๆ - วัสดุที่ใช้: ส่วนใหญ่เป็นใบไม้แห้ง ใบไม้สด กิ่งเล็กๆ และเส้นใยพืช กระรอกบางพื้นที่จะเอาเศษเปลือกไม้ไปบุด้านในให้เป็นโพรงนุ่มๆ - รูทางเข้า: ถ้าโชคดีจะเห็นรูเล็กๆ ด้านข้าง ไม่ได้เปิดกว้างเหมือนรังนกหลายชนิด รังกระรอกจะเน้นให้มิดและกันฝน รังกระรอก vs รังนก ดูต่างกันยังไง? - รังนกมักเห็นทรงชัด (ถ้วย/ห้อย/กระจาด) และบางรังโปร่งกว่า - รังกระรอกมักเป็น “ก้อนใบไม้กลมหนา” ดูเหมือนกองเศษใบไม้ติดค้างบนกิ่ง แต่จริงๆ จงใจทำเป็นทรงโดม มีโพรงข้างใน ถ้าอยากเจอกระรอกป่า/กระรอกแดงไทยให้ชัวร์ขึ้น - ช่วงเวลา: เช้าๆ กับเย็นๆ มักเห็นออกหากินมากกว่า โดยเฉพาะตามต้นไม้ที่มีผล/เมล็ด - สัญญาณบนพื้น: เปลือกผลไม้ เมล็ดแทะ หรือเศษเปลือกไม้ตกเป็นหย่อมๆ แถวโคนต้น อาจเป็นจุดที่กระรอกใช้ประจำ - ฟังเสียง: กระรอกป่ามีเสียงร้องสั้นๆ และเสียงกิ่งไหวจากการกระโดดไปมา บางทีได้ยินก่อนเห็นตัว ส่วนเรื่อง “กระรอกบินภาคใต้” หรือ “กระรอกบินสีขาว” หลายคนค้นหาเยอะ เพราะสีและแผ่นพังผืดข้างลำตัวเด่นมาก จากประสบการณ์แบบคนชอบดูสัตว์ป่า กระรอกบินมักออกหากินค่ำๆ และชอบเกาะเงียบๆ ตามลำต้นสูง ถ้าจะส่องแนะนำใช้ไฟฉายแสงอ่อนและไม่ส่องจ่อๆ นาน เพื่อไม่ให้รบกวนสัตว์ ข้อสำคัญเวลาเจอรังหรือเจอตัวกระรอก - ไม่ควรเขย่ากิ่ง/แหย่รัง เพราะอาจมีลูกอ่อนอยู่ข้างใน - ดูห่างๆ ใช้ซูมแทนการเข้าใกล้ และหลีกเลี่ยงให้อาหาร (กระทบสุขภาพและพฤติกรรมสัตว์ป่า) ถ้าเพื่อนๆ เคยเจอรังกระรอกตามธรรมชาติแบบไหน หรือเคยเห็นกระรอกป่า/กระรอกแดงไทย/กระรอกบินในพื้นที่ตัวเอง ลองมาแชร์จุดสังเกตกันได้นะคะ



























































