Automatically translated.View original post

Natural wild squirrel

2025/10/10 Edited to

... Read moreหลายคนได้ยินคำว่า “กระรอกมีปีก” แล้วนึกภาพว่ามันบินเหมือนนก แต่จริง ๆ แล้วกระรอกบินคือกระรอกที่ “ร่อน” ได้ค่ะ จุดที่ทำให้ดูเหมือนมีปีกคือพังผืดบาง ๆ ระหว่างขาหน้ากับขาหลัง (เวลามันกางตัวออกจะเป็นแผ่นกว้าง) พอกระโดดจากต้นหนึ่งไปอีกต้นก็จะร่อนเป็นเส้นทางโค้ง ๆ เงียบมาก จนบางทีเราได้ยินแค่เสียงใบไม้ไหว ถ้าคุณกำลังตามหา “กระรอกบินตัวใหญ่” หรืออยากรู้ว่าเจอในป่าใช่กระรอกบินไหม ลองสังเกตแบบนี้ค่ะ 1) ดูช่วงเวลาที่เจอ: กระรอกบินส่วนใหญ่ออกหากินช่วงเย็นถึงกลางคืน พอแดดอ่อน ๆ ใกล้ค่ำจะเริ่มเห็นเคลื่อนไหวตามกิ่งสูง ๆ ต่างจากกระรอกป่าหลายชนิดที่คึกคักตอนเช้า-สาย 2) ท่าทางตอนเคลื่อนที่: กระรอกป่าทั่วไปจะวิ่งและกระโดดสั้น ๆ แต่กระรอกมีปีกจะชอบเกาะสูง แล้ว “พุ่ง-กางพังผืด-ร่อน” ไปลงอีกต้นหนึ่ง ระยะร่อนอาจไกลกว่าที่เราคิดมาก โดยเฉพาะในป่าที่มีต้นไม้สูงต่อเนื่อง 3) รูปร่างและหาง: เวลาเกาะนิ่ง ๆ อาจดูเป็นกระรอกธรรมดา แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นลำตัวดูแบนกว้างขึ้นเมื่อกางแขนขา หางฟูช่วยทรงตัวตอนร่อน และมักชอบอยู่ระดับเรือนยอดไม้มากกว่าใกล้พื้น 4) พฤติกรรมการกิน: ในป่าไทย กระรอกบินมักกินผลไม้ เมล็ดพืช ยอดอ่อน หรือเปลือกไม้บางชนิด ถ้าเจอรอยแทะบนผลไม้/เมล็ดใต้ต้นใหญ่ ๆ ก็เป็นเบาะแสได้ แต่ระวังเพราะสัตว์อื่นก็ทำรอยคล้ายกัน 5) วิธีดูให้ปลอดภัยและไม่รบกวนสัตว์ป่า: ถ้าอยากสังเกตให้ชัด แนะนำใช้กล้องส่องทางไกลหรือซูมจากระยะไกล ไม่ส่องไฟแรงจ่อหน้า (โดยเฉพาะตอนกลางคืน) และไม่ให้อาหาร เพราะอาจทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนหรือเสี่ยงอันตรายจากคน/สุนัข ทริคส่วนตัวของเราคือเดินเงียบ ๆ ตอนใกล้ค่ำ หยุดฟังเสียงกิ่งไหว แล้วเงยดูแนวเรือนยอดไม้ หากเห็นตัวหนึ่งพุ่งออกจากต้นสูงแล้วเหมือน “กางปีก” ร่อนข้ามไปอีกต้น มีโอกาสสูงว่าเป็นกระรอกมีปีกค่ะ ถ้าคุณมีจุดที่เคยเจอกระรอกบินตัวใหญ่ ลองเล่าแนวป่าและช่วงเวลาที่เจอไว้ จะช่วยให้คนอื่นตามไปสังเกตได้แบบไม่รบกวนสัตว์ป่าด้วย