ชีวิตเด็กแลกเปลี่ยนในจีน#T1🇨🇳🇹🇭

การไปจีนครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก! เดิมทีเราจะไปไต้หวันตามโครงการของอาจารย์ แต่สุดท้ายเพราะมีคนไม่พอ เลยต้องเปลี่ยนแผนมาที่จีนแทน 🌏

👩🏻 เพราะเข้าโครงการเป็นคนสุดท้ายจึงมีเวลา ให้ส่งเอกสารไม่นาน เพียง 1 เดือนเท่านั้น โชคดีที่เราเคยขอเอกสารยื่นแลกเปลี่ยนบ้างส่วนเลยทำให้เราใช้เวลายื่นเอกสาร แค่ประมาณ 3-4 อาทิตย์เท่านั้น

1.ส่งใบสมัคร 💻

ขั้นตอนนี้เราใช้เวลาไม่นาน เพราะส่วนมากใส่ขอมูลส่วนตัวของเราแต่บ้างคนนานเพราะต้อรอเอกสารจากมอ ก็มีใบรับรองนักศึกษา ผลการเรียนต่างๆ (แต่ของเราขอมาก่อนแล้ว ) และ Study plan ที่สำคัญเลยเราต้องมี Statement ของผู้ปกครองของเรายื่นมาด้วยน้า (เนื่องจากเราจ่ายเอง 100% ) ทางเราเลยต้องมียื่นแนบมาด้วย

2. ตรวจสุภาพ ตรวจประวัติอาชญากรรม🩻

ทางเราตรวจที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ (ใครที่อยู่เชียงใหม่ มีแพลนไปจีนไปที่นี้ได้ไม่ต้องปริ้นแบบฟอร์ม) ทางเราเสียค่าตรวจสุภาพประมาณ 1600-1700 บาท และการตรวจประวัติอาชญากรรม (ของเราทางมอเรามีเอกสารมาให้) ปกติทางเราต้องไปขอที่ กองทะเบียนประวัติอาชากร สำหนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรุงเทพเท่านั้น หากขอเป็นอิ้งต้องไปเอาเอกสารด้วยตัวเองไม่สามารถส่งไปรษณีย์หรือขอเมลได้ การส่งเมลจะออกได้เป็นภาษาไทยเท่านั้น! และกรณีที่เร่งด่วนเท่านั้น แต่ทางเราดีหน่อยเพราะ แค่เซ็นเอกสารที่ให้แล้วยื่นมหาลัยเท่านั้น (เลยไม่รู้ขั้นตอนในการขอในส่วนนี้ )

3.ขอVisa 📄

นี้เป็นขั้นตอนที่รอนานที่สุดเนื่องจากเราได้เอกสารก่อนวันชาติจีน 1-2 วัน และเป็นที่รู้กันว่าวันชาติจีนหยุด 1-8 และวันที่ 9 เรามีสอบจึงได้ยื่นวีซ่า วันที่ 10 ตุลา ซึ่ง เราบิน 28 ตุลาค่ะ 🥹 เป็นการลุ้นโค้งสุดท้ายที่เราบอกว่าลุ้นมาก เนื่องจากตอนเรายื่น เรายื่นด่วนแต่พี่พนักงานแจ้งเราว่า มันได้เอกสารพอๆกันเลย เลยแนะนำเราให้เป็นแบบธรรมดา เพราะราคาถูกกว่า แต่ก็ทันเวลา เพราะเรารอแค่ 6-7 วันเอง ทำวีซ่าเราเสียไปประมาณ 1600 บาท

** การไปยื่นขอวีซ่า (ที่เชียงใหม่) ต้องจองคิวในเว็บไปก่อนน้า แล้วถึงจะเข้าไปยื่นเอกสารดำเนินการได้น้า เอกสารเราแนะนำให้เอาไปทุกอย่างใบสมัครใบตอบรับและสำเนาทุกอย่าง จะเร็วมากๆ **

4.จองเครื่อง และเก็บกระเป๋า แลกเงิน 💴

✈️ ตั๋วเครื่องบินเราจองล่วงหน้าเกือบ 1 เดือน ได้ราคาอยู่ที่ 6,600 บาท รวมน้ำหนักกระเป๋าไปกลับ ที่ 20 กก. แคร์รี่ออน 7 กก. (ถึงแม้ตอนมาจีน นน.เกินโดนไป 2300 ก็เถอะ 🤣)

💴 แลกเงินเราแนะนำที่ Superrich เรทดีกว่าที่อื่นๆ ใน กทม. (ในเชียงใหม่เราไม่แน่ใจ) แต่ได้ยินจากเพื่อนมาว่าเรทเชียงใหม่แพงกว่ามากๆ

ส่วนตัวทางเราแลกเงินมาไม่เยอะ แค่ 1,000 หยวน เนื่องจากจีนเป็นสังคมไร้เงิน 100% (แต่หากเราจะใช้เงินสดก็ใช้ได้ แต่เวลาถอนเงินหากเขาไม่มีจะโอนคืนในวีแชทให้แทน ) โรงอาหารในมอจะไม่รับเงินสดเลย !! เพราะคนเยอะมากๆ เลยถอนเงินให้ไม่ทัน

‼️อีกอย่างที่อยากแนะนำมากๆ คือ อยากให้ผูกบัตรวีซ่าของธนาคารกสิกร (เรทดีด้วย) เข้าในวีแชทมาก่อนได้เลย มีวิธีสอนหาดูได้เลย!! จะใช้ชีวิตอยู่ง่ายแบบ 100% ในการใช้จ่ายในวีแชท และอยากห้ามผูกกับทรูมันนี่เพราะการจ่ายทรูมันนี่ต้องมีการใส่ OTP ทุกครั้ง เนื่องจากเราอยู่นานเราอาจใช้ซิมที่นี้และถอดซิมไทย หรือสัญญาการได้รับ SMS ช้ามากๆ ทำให้เสียเวลา เพราะฉนั้นห้ามเด็ดขาด‼️

🍲อาหารเราแนะนำให้พกเครื่องปรุงมาอย่างละนิด ม่ามาพกมาแค่ของไทยพอที่นี้มีของเกาหลีและถูกกว่าบ้านเรามากด้วย ที่นี้ติดเค็มและมันใครชอบรสชาติไหนก็พกมาเติม แต่ของหวานที่นี้อร่อยทุกอย่าง (สวรรค์ของเด็กอ้วน 🤣)

🌨️ อากาศสำหรับใครที่ว่าบอกเช็คอากาศในเว็บมาก่อนแล้ว (แบบเรา) บอกเลยว่าผิดคาดเราเช็คในเว็บมาเหมือนกัน เดือน10 อากาศอยู่ที่ 15-20 องศา (ซึ่งเด็กเหนือแบบเราถือว่าโอเคร) แต่พอเรามาถึงวันแรก 15 จริงค่ะ แต่หลังจากวันนั้นคือนรกค่ะ อาทิตย์ถัดมาคือเลขตัวเดียวฝนตกทั้งวันและอากาศลดลงมาถึง 2-3 องศา วันไหนที่มีลมแรง ความรู้สึกคือ -1 เพราะฉนั้นเด็กไทยแบบเราก็เป็นหวัดไปเลยเพราะปรับตัวไม่ทันค่ะ 🤒

💊ส่วนยาเราแนะนำใครป่วยบ่อยแบบเราพกมาค่ะ ยาพื้นฐานที่เวลาป่วยต้องกินให้พกมาค่ะ เพราะเป็นที่รู้กันว่ายาที่จีนเป็นยังไง(อ่านมาเยอะ🤣) สำหรับเราคิดว่าพกมาเยอะมาก พอมาถึงเราเป็นคนที่ป่วยง่ายอากาศเปลี่ยนทำให้บ่อยง่าย ยาที่มีคือเหมือนจะไม่พอ เพราะงั้นใครที่ป่วยง่ายแนะนำให้พกมาก่อนพกมาเลยหากเป็นอะไรแล้วไม่มียาไปหาหมอที่นี้ต้องจ่ายเองจนครบ 200-250 หยวนถึงจะได้เงินประกันสุขภาพที่ทำไปคืน 50% เท่านั้น (สำหรับมหาลัยเรานะคะ) เลยคิดว่าไม่ไปดีกว่า 🤣 💉 ยาอีกตัวที่แนะนำคือ Counterpain อยู่ที่นี้คือเดิน 10,000-20,000 ก้าวเป็นอย่างต่ำ 🥲

ที่เล่ามาอาจยังไม่ทั้งหมด แต่เป็นส่วนทำสำคัญมากๆ สำหรับการมาอยู่ต่างแดนฉบับแบบไม่รู้ ไว้มีอะไรจะมาอัพเดทให้น้าา🙏🏻☺️คุนหมิง จีน @

#ไปเรียนที่จีน #เรียนต่อประเทศจีน #วีซ่านักเรียนจีน #เรียนต่อที่จีน #visaจีน

2025/11/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการไปเรียนในต่างประเทศอย่างจีนไม่ใช่แค่เรื่องเรียนอย่างเดียว แต่ต้องเตรียมพร้อมในหลายด้าน เพื่อให้ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนมีความราบรื่นและสนุกสนานมากขึ้น อย่างแรกคือเรื่องเอกสารที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยและถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นใบสมัคร เอกสารรับรองจากมหาวิทยาลัย ผลการเรียน หรือ Statement ของผู้ปกครองในกรณีที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจ่ายเอง ซึ่งต้องเตรียมให้เร็วและครอบคลุม เอกสารเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การยื่นขอวีซ่าเดินหน้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการตรวจสุขภาพและตรวจประวัติอาชญากรรม เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือและพร้อมออกเอกสารตรงตามความต้องการของสถานทูตจีน ในบางพื้นที่อาจมีขั้นตอนขอใบตรวจประวัติอาชญากรรมที่ยุ่งยาก ต้องมีการจองคิวและดำเนินการด้วยตัวเอง ดังนั้นควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี เพื่อป้องกันความล่าช้า เรื่องการขอวีซ่าจีนเป็นอีกเรื่องที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อช่วงวันหยุดเทศกาลสำคัญ เช่น วันชาติจีน ที่จะมีวันหยุดเป็นเวลาหลายวัน การวางแผนเพื่อยื่นขอวีซ่าควรเผื่อเวลามากพอ ช่วงหลังจากยื่นวีซ่า ผู้ยื่นควรติดตามสถานะอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมเอกสารสำรองทุกชนิด การวางแผนจองตั๋วเครื่องบินและจัดการกระเป๋าเดินทางก็มีความสำคัญสุดๆ ควรเลือกราคาที่เหมาะสมและคำนึงเรื่องน้ำหนักกระเป๋าให้ดี เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่อเกินน้ำหนักที่กำหนด และแนะนำให้แลกเงินหยวนจำนวนพอดีเพื่อใช้จ่ายในช่วงแรก เพราะจีนเป็นสังคมไร้เงินสดสูงมาก การใช้ WeChat Pay หรือ Alipay ร่วมกับบัตร Visa ของธนาคารกสิกรเป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดกว่าการใช้เงินสดหรือต้องถอดซิมจากเมืองไทยบ่อยๆ เรื่องอาหารการกินที่คุนหมิง ต้องเตรียมเครื่องปรุงรสที่คุ้นเคยมาสักนิด เพราะอาหารจีนบางท้องที่จะติดรสเค็มและมัน ส่วนของหวานแนะนำให้ลองชิม เพราะขึ้นชื่อว่าหวานอร่อยแทบทุกอย่าง อีกเรื่องที่สำคัญคือสภาพอากาศที่คุนหมิงในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน อุณหภูมิสลับกับหนาวเย็นลงมากถึงเลขตัวเดียว รวมถึงมีฝนตกและลมแรง ซึ่งอาจทำให้ปรับตัวลำบากและเจ็บป่วยได้ง่าย จึงควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้เพียงพอและพกยาพื้นฐานไปด้วย เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ปวด รวมทั้ง Counterpain สำหรับบรรเทาอาการปวดเมื่อย เพราะชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนมักต้องเดินมากถึงวันละหลายหมื่นก้าว การใช้ชีวิตในต่างแดนไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ถ้ารู้จักวางแผน เตรียมตัว และรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จะช่วยให้การเรียนและการใช้ชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุขมากขึ้น ประสบการณ์เหล่านี้นอกจากจะเป็นประโยชน์กับตัวเองยังช่วยพัฒนาทักษะชีวิตและมองโลกกว้างในฐานะเด็กแลกเปลี่ยนอีกด้วย ประสบการณ์ชีวิตแลกเปลี่ยนที่คุนหมิงนี้จึงเป็นความทรงจำที่น่าจดจำและมีคุณค่าอย่างมากสำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีวัฒนธรรมและระบบการศึกษาที่น่าสนใจและแตกต่างจากไทยอย่างชัดเจน

ค้นหา ·
เด็กแลกเปลี่ยนเรียนภาษาจีน