เรียมละเมอ

#อรชรอ้อนแอ้นแม้นบุษบา

เอนกายอิงอุ่นผ้าแพรศรี

งามพักตร์ผ่องพักตร์เพี้ยงจันทรลี

เกศเกล้ากรกริ้วชี้วิจิตรพรรณ

สไบทองส่องประกายรายประดับ

ผุดผ่องวับจับเนตรพิศเฉิดฉัน

เครื่องทองเรืองรองต้ององค์อนันต์

ช่างเจิดจรัสจำรัสขวัญทุกคราครอง

กำไลข้อมือเหลือบเลื่อมลออค่า

ต่างหูพรายพราวตาเมื่อคราวต้อง

ปิ่นทองเหน็บปรางนางละออง

ยิ่งเพ่งมองยิ่งต้องมนตร์เสน่หา

กิริยานั่งเอนเช่นเทพอัปสร

พิศแต่บังอรให้ซ่านสวาท

งามล้ำเลิศหญิงในพิภพราช

งามพิลาสเกินคาดชาติธิดาดิน

มือหนึ่งคล้องพวงมาลัยมาลย์

สีม่วงบานตระการตาน่าสุขสิ้น

บุษบาเอยเจ้าฟ้าสุธาวดี

งามเกินมีเหนือใครในแดนทอง

4/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการอ่านบทกวี "เรียมละเมอ" นี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในยุคที่ความประณีตและศิลปะความงดงามของเครื่องประดับและการแต่งกายเป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนบุคลิกและสถานะของผู้หญิงในสมัยนั้น จากการบรรยายภาพของผ้าแพรศรีที่นุ่มนวลและด้วยเครื่องประดับทองอย่างกำไล ต่างหู และปิ่นปักผมที่วิจิตรงดงาม ตลอดจนกลิ่นอายของบุษบาที่บานสะพรั่ง สีม่วงราวกับมีชีวิต ทั้งหมดนี้สะท้อนความสวยงามและความประณีตพิถีพิถันที่ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบบทกวีและงานศิลปะประเภทนี้ ผมรู้สึกว่า "เรียมละเมอ" ไม่ใช่แค่บทกวีอย่างเดียวแต่มันเป็นภาพที่วาดด้วยคำพูดของความงามที่ไม่เสื่อมคลาย จนสามารถกระตุ้นให้ผู้อ่านจินตนาการถึงหญิงงามในพิภพราชผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและอ่อนหวาน บทกวีชิ้นนี้ยังช่วยให้เราเห็นถึงวัฒนธรรมและความงดงามแบบไทยที่ผสมผสานกับความรู้สึกชื่นชมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งถ้าใครลองอ่านใครลองทบทวนอย่างตั้งใจจะพบว่าไม่ใช่แค่คำสวยงามแต่เต็มไปด้วยความหมายแห่งความรักและการยกย่องความงามที่แท้จริง ผมคิดว่าถ้าใครอยากเสพงานศิลป์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยและการสื่ออารมณ์ผ่านคำกลอนสวยงาม บทกวี "เรียมละเมอ" ชิ้นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากที่จะแนะนำให้ลองอ่านและซึมซับความงดงามในทุกตัวอักษร