7ฝันต้องห้าม อาถรรพ์โลกคู่ขนาน
กลับมาคุยกันเรื่อง "กฎเหล็ก" ข้อแรกที่ใครลองดีเป็นต้องขนลุกกันทุกรายเลยนะคะ กับเรื่อง ห้ามบอกคนในฝันว่านี่คือความฝัน
ก่อนจะไปฟังเรื่องราว.. มีใครในที่นี้เป็นสาย Lucid Dream หรือพวกที่ชอบ "รู้ตัวในฝัน" บ้างไหมคะ? แล้วเคยมือบอน หรือปากบอน ไปลองทักคนข้างๆในฝันดูหรือยัง? ผลลัพธ์ออกมาเป็นยังไง? บรร ยากาศเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเหมือนที่เค้าเล่ากันไหมคะ? ใครเคยลองของแล้วรอดมาได้ หรือตื่นมาแบบขวัญผวา รีบเมนต์แชร์ประสบการณ์ด่วนๆ เลยค่ะ ปูเสื่อรออ่านอยู่นะคะ!
รวม7 ความฝันที่โครตน่ากลัว
⚠️เรื่องแรก ห้ามบอกคนในฝัน
ปิ่น ลืมตาขึ้นมาในงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเอง ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบมาก เพื่อนสมัยประถมที่ไม่ได้เจอกันนานก็มาหา พ่อแม่หัวเราะยิ้มแย้ม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข จนปิ่นเริ่มรู้สึกผิดสังเกต เพราะ "หมาที่ตายไปแล้ว" กลับมาวิ่งเล่นอยู่ข้างๆ เธอ
ด้วยความอยากรู้อยากลอง ปิ่นเลยตัดสินใจทำสิ่งที่ใจอยากทำมาตลอด คือการทดสอบว่านี่คือความฝันใช่ไหม? เธอเดินไปหาเพื่อนสนิทที่กำลังตักเค้กอยู่ แล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า:
"นี่... ทุกคนรู้ไหม ความจริ งแล้วพวกเธอไม่มีตัวตนนะ เพราะตอนนี้ฉันกำลังฝันอยู่"
วินาทีนั้นเอง... ความเงียบที่น่ากลัวที่สุด ก็เข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง เสียงเพลงดับลงกะทันหัน เพื่อนที่กำลังคาบช้อนเค้กอยู่หยุดนิ่งสนิทเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง พ่อที่กำลังหัวเราะค้างไว้ในท่าเดิมแต่ดวงตากลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
ทุกคนค่อยๆ หันคอมาหาปิ่นช้าๆ เสียงกระดูกคอดัง แกร๊ก...แกร๊ก... จนน่าใจหาย เพื่อนสนิทของปิ่นวางช้อนลง แล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ไม่ใช่เสียงของเธอว่า "ปิ่น... เธอไม่ควรพูดเรื่องนี้ออกมานะ"
จากงานเลี้ยงสีชมพู ผนังห้องเริ่มลอกออกกลายเป็นสีเลือด ผู้คนในงานเริ่มเดินล้อมปิ่นเข้ามาเรื่อยๆ ใบหน้าของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยว ไร้ดวงตา และอ้าปากกว้างจนผิดรูป ปิ่นพยายามจะวิ่งหนีแต่ประตูกลับหายไป กลายเป็นกำแพงทึบที่บีบอัดเข้า มาเรื่อยๆ
เสียงกระซิบจากคนนับร้อยดังขึ้นรอบตัวปิ่นว่า "ในเมื่อรู้แล้ว... ก็ไม่ต้องตื่นออกไปอีกเลยนะ" ปิ่นพยายามสะดุ้งตื่นแต่ทำไม่ได้ เธอรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้นในฝันนั้น และความเจ็บปวดจากการถูกรุมทึ้งในฝันมันช่างสมจริงจนเธอแทบขาดใจ...
น่ากลัวมากเลยใช่ไหมคะ? กรณีของปิ่นคือตัวอย่างที่ชัดเจนมากว่า "ความลับของโลกความฝัน" บางอย่างเราไม่ควรไปทักมันจริงๆ ค่ะ
แล้วของคุณล่ะคะ? ตอนที่บอกคนในฝันไปว่า "นี่คือฝัน" ปฏิกิริยาของพวกเขาเป็นยังไง? พวกเขาหันมาจ้องคุณด้วยสายตาแบบไหน หรือบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันทีเลยไหมคะ? มาแชร์รายละเอียดความรู้สึกตอนนั้นให้ฟังหน่อยค่ะ อยากรู้ว่าของคุณจะสยองเท่าของปิ่นไหม!
มาต่อกันที่อันดับ 2 ที่ขึ้นชื่อว่าเ ป็น "ลูปนรก" ที่ไม่มีวันจบสิ้นกันค่ะ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ "บอย" ชายหนุ่มที่คิดว่าการตื่นนอนคือเรื่องปกติ จนกระทั่งเขาติดอยู่ในเขาวงกตของเวลาและห้องนอนตัวเอง... ลองจินตนาการตามนะคะว่าถ้าคุณเป็นบอย คุณจะรักษา "สติ" ไว้ได้นานแค่ไหน
⚠️ เมื่อ "บอย" ติดในลูป: ฝันซ้อนฝันที่หาทางออกไม่ได้
บอย สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือ เขารู้สึกเพลียเล็กน้อยแต่ก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เขาหยิบกุญแจรถ กำลังจะเปิดประตูบ้าน... แต่ทว่า พอบิดลูกบิดประตู ภาพกลับตัดฟึ่บ!
บอยลืมตาขึ้นมาบนเตียงเดิมอีกครั้ง
"อ้าว... เมื่อกี้ฝันไปเหรอเนี่ย" บอยพึมพำกับตัวเอง เขาลุกขึ้น ใหม่ คราวนี้เขารู้สึกตัวมากขึ้น เขาเดินไปที่ห้องน้ำ แต่คราวนี้พอส่องกระจก เขาพบว่า หน้าตัวเองไม่มีปาก! บอยตกใจสุดขีด พยายามจะร้องแต่ร้องไม่ออก เขาพยายามขยี้ตาตัวเองแรงๆ เพื่อให้ตื่น
เฮือก! บอยสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงเป็นรอบที่ 3
คราวนี้บอยเริ่มเหงื่อซึม เขาไม่กล้าลุกจากเตียง เขาตัดสินใจหยิกแขนตัวเองจนเขียว "เจ็บว่ะ... คราวนี้น่าจะจริงแล้ว" เขาเดินลงไปชั้นล่าง เห็นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ บอยเดินเข้าไปกอดแม่ด้วยความโล่งใจ แต่พอแม่หันมา หน้าของแม่กลับกลายเป็นใบหน้าของบอยเองที่กำลังแสยะยิ้มแล้วพูดว่า "มึงแน่ใจเหรอ... ว่าตื่นแล้ว?"
ภาพตัดมาที่เตียงนอนอีกครั้ง บอยเริ่มสติแตก เขาพยายามกระโดดจากหน้าต่าง พยายามเอาหัวโขกกำแพงในฝันเพื่อให้ร่างกายจริงๆ สั่นสะเทือนจนตื่น แต่นับครั้งไม่ถ้ วนที่เขาลืมตาขึ้นมาแล้วยังพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่เดิม ห้องเดิม ในบรรยากาศที่เริ่มมืดลงเรื่อยๆ และมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากมุมห้องว่า "ตื่นสิบอย... ตื่นสิ..."
ความน่ากลัวของบอยคือ "ความล้าของสมอง" ค่ะ ยิ่งฝันซ้อนหลายชั้น จิตจะยิ่งแยกความจริงไม่ออก จนบางคนพอตื่นมาจริงๆ แล้ว กลับนั่งร้องไห้หรือไม่กล้าหลับไปอีกหลายวันเพราะกลัวว่าจะติดอยู่ในนั้นตลอดกาล...
ฟังเรื่องของบอยแล้ว มีใครเคย "ติดลูป" เกิน 3 รอบบ้างไหมคะ? ความรู้สึกตอนที่คิดว่าตื่นแล้วแต่จริงๆ ยังอยู่ในฝันเนี่ย มันทั้งเหนื่อยและสิ้นหวังสุดๆ เลยใช่ไหมล่ะ
แล้วตอนที่เพื่อนๆ ติดอยู่ในฝันซ้อนฝัน มี "จุดสังเกต" อะไรที่ทำให้รู้ตัวไหมคะว่านี่ยังไม่ใช่ความจริง? หรือใครมีวิธี 'กระชากวิญญา ณ' ให้กลับเข้าร่างได้ทันทีบ้าง มาบอกต่อเป็นวิทยาทานหน่อยค่ะ กลัวจะติดอยู่ในนั้นเหมือนบอยจริงๆ ค่ะ!
อ่านเรื่อง "จิตหลุดจากร่าง" ของ "นินดา" กันค่ะ เรื่องราวของเธอจะทำให้คุณต้องขวัญผวาไปกับภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นที่แยกไม่ออกว่า "นี่คือโลกจริง" หรือ "โลกของวิญญาณ" กันแน่!
⚠️ เมื่อ "นินดา" เห็นตัวเองนอนหลับ: จิตหลุดจากร่างกลางดึก
ค่ำคืนหนึ่งหลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน นินดา ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนเพลีย เธอหลับไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วจู่ๆ เธอก็รู้สึกตัวว่า กำลัง "ลุกขึ้นนั่ง" บนเตียง โดยที่ยังไม่ได้ลืมตาด้วยซ้ำ
ความรู้สึกแรกคือความสับสน "เราลุกขึ้นมาทำไมนะ?" นินดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เธอเห็นคือ "ร่างของตัวเอง" กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง!
หัวใจของนินดาแทบหยุดเต้น เธอตัวแข็งทื่อ มองเห็นตัวเองนอนห่มผ้าผืนโปรด ท่าเดียวกับที่เธอนอนก่อนจะหลับไปเป๊ะๆ แสงจันทร์สลัวๆ ส่องเข้ามาจากหน้าต่าง ทำให้เธอมองเห็นรายละเอียดของร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน
"นี่มันอะไรกัน?" ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ เธออาจจะยังฝันอยู่ แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้นั้นสมจริงมาก เธอรู้สึกถึงลมหายใจตัวเองที่ถี่กระชั้น และมองเห็นมือของตัวเองที่ยื่นออกไปตรงหน้า เป็นมือที่จับต้องได้ ไม่ใช่ภาพเบลอๆ ในฝัน
ขณะที่นินดากำลังยืนช็อกอยู่ข้างเตียง เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่าง... เสียงกระซิบแผ่วๆ ที่ดังมาจากปลายเตียง
เป็นเสียงที่ไม่ใช่ภาษา แต่เหมือนกำลังพยายามสื่อสารอะไรบางอย่างกับร่างที่นอนอยู่บนเตียง นินดาหันไปตามเสียง เธอเห็น "เงาดำทมิฬ" รูปร่างสูงใหญ่ กำลังโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูร่างของเธอที่นอนหลับตาพริ้มอยู่!
ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจของนินดา เธอพยายามจะกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดรอดออกมา เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปเขย่าร่างตัวเองให้ตื่น แต่มันเหมือนมีกำแพงล่องหนกั้นเธอไว้ ทำให้เธอไม่สามารถเข้าใกล้ร่างตัวเองได้เลย
เงาดำนั้นหันกลับมามองนินดาช้าๆ ดวงตาสีแดงฉานวาวโรจน์ในความมืด มันยกมือขึ้นมาชี้ตรงมาที่นินดา แล้วกระซิบด้วยเสียงที่แหบพร่าว่า "มึงน่ะ... ออกไปจากที่นี่ซะ!"
นินดารู้สึกเหมือนถูกผลักอย่างแรง ร่างของเธอลอยคว้างแล้วพุ่งชนเข้ากับกำแพงห้องด้วยความเร็วสูง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง และภาพทุกอย่างก็ดับวูบลง...
เฮือก! นินดาหายใจเฮือกใหญ่ เ ธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงของตัวเอง หัวใจเต้นระรัว เหงื่อท่วมกาย เธอรีบใช้มือคลำไปที่ข้างตัว เพื่อให้แน่ใจว่าเธอยัง "อยู่ในร่าง" และยัง "อยู่ในโลกความจริง"
หลังจากเหตุการณ์นั้น นินดาไม่กล้านอนหลับคนเดียวไปพักใหญ่ และทุกครั้งที่ลืมตาขึ้นมากลางดึก เธอมักจะหันไปมองที่ปลายเตียงก่อนเสมอ...
โอ้โห... แค่อ่านก็รู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลังแล้วค่ะ! การเห็นตัวเองนอนหลับเนี่ย มันเป็นประสบการณ์ที่สยองขวัญระดับจิตวิญญาณเลยนะคะ
ใครเคยมีประสบการณ์ "จิตหลุดจากร่าง" แบบนินดาบ้างคะ? ตอนที่เห็นตัวเองนอนอยู่ คุณรู้สึกยังไง? แล้วมี "เงาดำ" หรือ "สิ่งแปลกปลอม" อื่นๆ อยู่ในห้องด้วยไหมคะ? มาแชร์ประสบการณ์ที่ทำให้คุณไม่กล้าหลับตาลงไปอีกเลยให้ฟังหน่อยค่ะ!
มาถึงอันดับที่ 4 ที่ถือว่า "อันตรายต่อชีวิต" ที่สุดในเชิงความเชื่อและจิตวิญญาณเลยค่ะ เพราะมันไม่ใช่แค่การฝันร้ายธรรมดา แต่มันคือการถูกหยิบยื่น "ตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว" ไปยังโลกหน้า โดยที่เราอาจจะเผลอเซ็นชื่อตอบตกลงไปโดยไม่รู้ตัว
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ "ริน" หญิงสาวที่กำลังอยู่ในช่วงดวงตกและอ่อนแอที่สุด จนทำให้บางสิ่งแฝงเข้ามาในฝันของเธอได้ง่ายขึ้น... ลองมาดูเหตุการณ์ที่ควบคุมยากที่สุดครั้งนี้กันค่ะ
⚠️ คำชวนที่ห้ามตอบตกลง
ริน ฝันว่าตัวเองเดินอยู่บนถนนเส้นหนึ่งที่หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น รินรู้สึกตัวว่านี่คือฝัน เธอพยายามจะบังคับให้ตัวเองตื่นด้วยการหยิกแขน หรือหลับตาปี๋แล้วลืมตาใหม่ แต่คราวนี้ "ร่างกายในฝันกลับไม่ฟังคำสั่ง" เธอควบคุมทิศทางเดินของตัวเองไม่ได้เลย เหมือนมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นคอยเชิดร่างเธอให้เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
จู่ๆ ท่ามกลางหมอกหนา มีร่างของชายแก่คนหนึ่งเดินออกมา ท่านดูใจดี ผิวพรรณผ่องใสผิดปกติ รินจำได้ทันทีว่านั่นคือ "ตา" ที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน รินดีใจมากจนลืมความกลัว เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปหา แต่ร่างกายกลับทำได้แค่เดินช้าๆ อย่างมั่นคง
ตาของรินยิ้มให้ด้วยความเมตตาแล้วยื่นมือออกมาหา "ริน... เหนื่อยไหมลูก? กลับบ้านเราเถอะ ที่นั่นสวยมากนะ ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้อีกแล้ว"
ในฝันนั้น รินรู้สึกเคลิบเคลิ้มอย่างประหลาด ความเหนื่อยล้าจากโลกความจริงทำให้เธออยากจะยื่นมือไปจับมือตาใจจะขาด จิตใต้สำนึกส่วนหนึ่งเตือนว่า อย่าจับ! แต่แรงดึงดูดบางอย่างมันมหาศาลมาก รินเริ่มสูญเสียการควบคุมจิตใจ เธอค่อยๆ เอื้อมมือออกไป...
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกัน รินสังเกตเห็นว่า "เงา" ของตาที่ทอดยาวบนพื้นกลับมีรูปร่างบิดเบี้ยว เขี้ยวลากดิน และที่สำคัญ ตาที่ดูใจดีนั้น "ไม่มีนัยน์ตา" มีเพียงหลุมดำมืดสนิท!
รินพยายามจะชักมือกลับ แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อเหมือนหิน เธอถูกแรงดึงดูดประหลาดกระชากมือให้เข้าไปหาเงานั้น รินต้องใช้พลังใจเฮือกสุดท้าย กรีดร้องสุดเสียงในใจว่า "ไม่ไป!!!" พร้อมกับกัดลิ้นตัวเองในฝันอย่างแรง!
เฮือก!!! รินสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บที่ปลายลิ้นจริงๆ หัวใจเธอเต้นแรงจนหูอื้อ และที่น่าขนลุกที่สุดคือ มีรอยนิ้วมือปื้นแดงๆ ปรากฏอยู่ที่ข้อมือ เหมือนมีใครบางคนพยายามจะฉุดเธอไปจริ งๆ!
น่ากลัวมากเลยใช่ไหมคะ? เหตุการณ์แบบรินคือสิ่งที่โบราณเรียกว่า "คนตายมาชวน" ซึ่งถ้าเผลอไปจับมือหรือขานรับเมื่อไหร่ จิตอาจจะหลุดยาวจนไม่กลับมาอีกเลยก็ได้ค่ะ
มีใครเคยเจอเหตุการณ์ที่ "ควบคุมตัวเองไม่ได้" แบบนี้ไหมคะ? เหมือนเป็นหุ่นเชิดในฝันของตัวเอง หรือเคยถูกคนที่รักที่เสียไปแล้วมาชวนไปอยู่ด้วยแบบนี้บ้าง? ตอนนั้นคุณรอดมาได้ยังไง หรือมีใครมาช่วยปลุกไหมคะ? คอมเมนต์บอกต่อกันหน่อยค่ะ เผื่อจะเป็นวิธีช่วยเพื่อนๆ คนอื่นได้!
เรื่องที่5 เป็นอุทาหรณ์สำหรับสายคะนองเลยค่ะ เพราะบางสถานที่ "ปากสว่าง" อาจพาซวยถึงชีวิต โดยเฉพาะงานศพที่เป็นแหล่งรวมพลังงานด้านลบและความอาลัยอาวรณ์ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ "วิน" ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ดันไปเล่นไม่เข้าเรื ่องกับคนตายที่เพิ่งจากไป...
⚠️ ปากเสียในงานศพ
วิน ไปร่วมงานศพของญาติห่างๆ กับกลุ่มเพื่อนสนิท บรรยากาศในศาลาสวดศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า จนกระทั่งเพื่อนในกลุ่มเดินไปดูรูปหน้าศพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ตั้งอยู่ถัดไป เธอชื่อ "ฟ้า" เป็นหญิงสาวที่สวยสะดุดตามาก แม้จะเป็นเพียงภาพถ่ายขาวดำ แต่รอยยิ้มของเธอกลับดูมีเสน่ห์จนหนุ่มๆ ในกลุ่มพากันตะลึง
ด้วยความคึกคะนองและอยากโชว์พาวต่อหน้าเพื่อน วินเดินเข้าไปใกล้รูปของฟ้าแล้วพูดหยอกล้อเบาๆ ว่า:
"โห... ฟ้าสวยขนาดนี้ ถ้ายังอยู่พี่จีบไปเป็นแฟนแล้วนะเนี่ย คืนนี้มาหาพี่ที่บ้านหน่อยไหมจ๊ะ? จะรอนะ"
เพื่อนๆ พากันหัวเราะร่วน คิดว่าเป็นเรื่องตลกโปกฮาตามประสาผู้ชาย แต่ทันทีที่สิ้นคำพูด ธูปที่จุดไว้หน้าศพกลับหักสะบั้นลงทันที ลมเย็นยะเยือกพัดวูบเข้ามาในศาลาจนทุกคนขนลุกซู่ วินพยายามทำใจดีสู้เสือและกลับบ้านไปนอนตามปกติ
กลางดึกคืนนั้น วินฝันว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องเดิม แต่บรรยากาศกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงมดเดิน จู่ๆ ประตูห้องนอนก็ค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ร่างของหญิงสาวในชุดสีขาวที่เขาเห็นในรูปหน้าศพเดินเข้ามาในห้อง เธอคือ ฟ้า... แต่คราวนี้เธอไม่ได้ยิ้มสวยงามเหมือนในรูป
วินพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ (ผีอำ) ฟ้าเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงแล้วก้มหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นดอกไม้จันทน์หอมคลุ้งผสมกับกลิ่นเน่าจางๆ เธอแสยะยิ้มที่กว้างจนเห็นเหงือกสีดำสนิทแล้วกระซิบว่า:
"พี่วินชวนฟ้ามา... ฟ้ามาแล้วไงคะ จะจีบไม่ใช่เหรอ... งั้นไปอยู่ด้วยกันเลยนะ"
ในฝันนั้น ฟ้าเอามือที่เย็นเฉียบและแข็งเหมือนศพมาลูบไล้ใบหน้าของวิน แล้วเริ่มใช้เล็บยาวๆ กรี ดลงบนอกของเขา วินพยายามดิ้นรนแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย เขาเห็นฟ้าพยายามจะ "ดึง" ตัวตนของเขาออกจากร่างเดิมเพื่อพาไปกับเธอด้วย แรงดึงนั้นมหาศาลจนวินรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะขาดออกจากกัน!
วินต้องรวบรวมสติที่เหลือน้อยนิด ท่องบทสวดมนต์มั่วๆ ในหัวและพยายามกระดิกนิ้วเท้าสุดชีวิต จนกระทั่งเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหวาดผวา เหงื่อท่วมกาย และที่น่าขนลุกที่สุดคือ บนอกของเขามีรอยข่วนยาว 3 รอยเหมือนโดนเล็บจิกจริงๆ!
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "คำพูดเป็นนายเรา" จริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะกับคนตาย ห้ามทัก ห้ามล้อ ห้ามชวนเด็ดขาด! เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะ "เอาจริง" ขึ้นมาเมื่อไหร่
มีใครเคยเผลอไปปากเสียหรือทักอะไรแปลกๆ ในสถานที่อโคจรแบบวินบ้างไหมคะ? แล้วผลที่ตามมามันน่ากลั วขนาดไหน? หรือใครมีวิธีแก้เคล็ดเวลาเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไปบ้าง คอมเมนต์แชร์เป็นวิทยาทานหน่อยค่ะ กลัวแทนจริงๆ ค่ะ
มาต่อกันที่อันดับที่ 6 ค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ "การเดินทางที่ไม่มีจุดหมาย" และเป็นฝันประเภทที่ดึงดูดเราให้หลงระเริงไปกับบรรยากาศจนเกือบจะไม่ได้กลับมาโลกความจริง เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ "มิ้น" หญิงสาวที่แค่ต้องการจะกลับบ้านหลังจากวันอันแสนเหนื่อยล้าค่ะ
⚠️ เมื่อ "มิ้น" ขึ้นรถเมล์เที่ยวสุดท้าย: ตั๋วเดินทางที่ไม่ได้ไปส่งที่บ้าน
มิ้น ฝันว่าเธอยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ แห่งหนึ่งตอนกลางคืน รอบตัวเงียบงัดและหนาวเย็นจนเห็นลมหายใจเป็นไอ เธอรออยู่นานจนกระทั่งมีรถเมล์สภาพเก่ากึ๊กสีซีดจางแล่นเข้ามาจอด กระเป๋ารถเมล์ที่ก้มหน้าก้มตาเดินลงมาหาเธ อแล้วยื่น "ตั๋วกระดาษสีเหลืองซีด" ให้ใบหนึ่ง พร้อมพูดด้วยเสียงแหบพร่าว่า "ขึ้นมาสิ... เที่ยวสุดท้ายแล้วนะ เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่"
มิ้นรับตั๋วมาแบบเบลอๆ ในฝันนั้นเธอควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้นัก เธอเดินขึ้นไปบนรถและพบว่ามีผู้โดยสารนั่งอยู่เกือบเต็มคัน แต่ทุกคนกลับ "นั่งนิ่งสนิท" ก้มหน้ามองตักตัวเอง และที่แปลกที่สุดคือทุกคนสวมชุดสีขาวล้วนเหมือนกันหมด
รถเริ่มออกตัว มิ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าทางที่รถวิ่งไปมันไม่ใช่ทางกลับบ้านที่เธอรู้จัก แต่มันเป็นป่ารกชัฏที่มืดสนิทลงเรื่อยๆ มิ้นเริ่มใจคอไม่ดี เธอหันไปถามคนข้างๆ ว่า "ขอโทษนะคะ รถคันนี้ไปที่ไหนคะ?"
ทันทีที่มิ้นพูดจบ ผู้โดยสารทั้งคันรถค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าของพวกเขาขาวซีด ไร้คิ้ว และมีรอยเย็บที่ริมฝีปาก! กระเป๋ารถเมล์เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ แล้วหยิบตั๋วในมือเธอไปฉีก พร้อมแสยะยิ้มจนเห็นฟันที่แหลมคมว่า:
"ตั๋วใบนี้... เป็นตั๋วเที่ยวเดียวนะจ๊ะหนู ที่หมายของเราน่ะ... ไม่ใช่บ้านหรอก แต่เป็นป่าช้าข้างหน้านั่นต่างหาก!"
มิ้นพยายามจะลุกขึ้นไปที่ประตูรถ แต่ประตูกลับหายไปกลายเป็นผนังเหล็กทึบ รถเริ่มเร่งความเร็วสูงขึ้นจนตัวเธอเหวี่ยงไปมา มิ้นรู้สึกได้ว่าถ้าเธอไม่ลงจากรถคันนี้ก่อนจะถึงปลายทาง เธอจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย
ในจังหวะที่รถกำลังจะพุ่งลงเหว มิ้นรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ตะโกนคำว่า "ลง!!!" สุดเสียง พร้อมกับพุ่งตัวกระแทกหน้าต่างรถอย่างแรง!
เฮือก!!! มิ้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียง ร่างกายเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ และที่น่าขนลุกที่สุดคือ ในมือของเธอยังรู้สึกเหมือนกำอะไรบางอย่างอยู่ พอแบมือออกดู แม้จะว่างเปล่า แต่เธอกลับได้ยินเสียงฉีกกระดาษดังแว่วอยู่ในหูเบาๆ...
เป็นยังไงคะ? เรื่องของมิ้นเตือนใจเราได้ดีเลยว่า "ตั๋ว" บางใบ หรือ "รถ" บางคัน แม้จะดูเหมือนช่วยเรา แต่ถ้าบรรยากาศมันไม่ใช่ อย่าเผลอขึ้นไปเด็ดขาดนะคะ เพราะปลายทางอาจจะไม่มีทางกลับ
มีใครเคยฝันว่า "หลงทางในขนส่งสาธารณะ" แบบนี้ไหมคะ? หรือเคยฝันว่าขึ้นรถแล้วลงไม่ได้บ้าง? ความรู้สึกตอนนั้นมันกดดันขนาดไหน? แล้วคุณหาทางลงจากรถคันนั้นได้ยังไง? คอมเมนต์มาเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ เผื่อคืนนี้ใครเจอจะได้มีทางหนีทีไล่ทันค่ะ!
มาถึงอันดับที่ 7 ค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ "ลางบอกเหตุ" ที่สมจริงจนน่าใจหาย และเป็นฝันที่เล่นกับจิตใต้สำนึกในเรื่องความตายได้กดดั นที่สุด เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ "เพชร" ชายหนุ่มที่คิดว่าการเดินเข้าร้านค้าในฝันเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่งเขาเห็นสินค้าที่ตัวเองกำลังจะซื้อค่ะ
⚠️ เมื่อ "เพชร" เลือกซื้อดอกไม้จันทน์: สินค้าที่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนเป็น
เพชร ฝันว่าตัวเองเดินอยู่ในย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวดูมืดสลัวและมีกลิ่นธูปจางๆ ลอยมาตามลม เขาเดินเข้าไปในร้านแถวห้องแถวไม้ที่ดูทรุดโทรมร้านหนึ่ง เพราะลุงเจ้าของร้านกวักมือเรียกอย่างเป็นกันเอง ในฝันนั้นเพชรรู้สึกเหมือนตัวเองมี "ภารกิจ" บางอย่างที่ต้องทำ
เจ้าของร้านที่ใบหน้าซีดเผือดและมีรอยยิ้มค้างๆ ถามเพชรว่า "รับอะไรดีพ่อหนุ่ม? วันนี้มีของใหม่เพิ่งเข้ามานะ"
เพชรก้มมองที่เคาน์เตอร์แล้วต้องใจหายวาบ เพราะสิ่งที่วางเรียงรายอยู่ไม่ใช่ของกินของใช้ แต่เป็น "กองดอกไม้จันทน์" สีครีมซีดๆ และ "พวงหรีด" ขนาดใหญ่ที่ปักดอกไม้สีขาวล้วนจนดูน่าขนลุก ในฝันนั้นเพชรกลับไม่รู้สึกกลัวในตอนแรก เขาหยิบดอกไม้จันทน์ขึ้นมาดม แล้วบอกลุงเจ้าของร้านว่า "ขอแบบที่สวยที่สุดนะครับ ผมจะเอาไปให้คนสำคัญ"
ลุงเจ้าของร้านหัวเราะในลำคอเสียงดัง หึหึ... แล้วหยิบพวงหรีดพวงใหญ่ขึ้นมา บนสายสะพายของพวงหรีดนั้นยังไม่มีชื่อเขียนไว้ ลุงส่งปากกาเคมีด้ามสีดำให้เพชรแล้วพูดว่า:
"งั้นเขียนชื่อลงไปสิ... เขียนชื่อเจ้าของงานลงไป แล้วลุงจะลดราคาให้เป็นพิเศษ"
ในฝันนั้นมือของเพชรขยับไปเองเหมือนถูกบังคับ เขาค่อยๆ จรดปากกาลงบนผ้าสีดำผืนนั้น เขากำลังจะเขียนชื่อ... แต่จู่ๆ สายตาเขาก็เหลือบไปเห็น "รูปถ่าย" ที่ตั้งอยู่หลังพวงหรีด ภาพในรูปนั้นคือ ตัวเขาเอง ที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับระบุวันที่เสียชีวิตซึ่งก็คือ "วันพรุ่งนี้"
เพชรสะดุ้งสุดตัว สติเริ่มกลับมา เขาพยายามจะทิ้งปากกาแต่ปากกากลับติดแน่นกับมือ ลุงเจ้าของร้านเริ่มเปลี่ยนไป ใบหน้าค่อยๆ เน่าเปื่อยและยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นหนอนไชออกมาจากตา แล้วตะคอกใส่หน้าเพชรว่า "เขียนชื่อมึงลงไป! ซื้อไปให้ตัวเองไง!"
เพชรพยายามกลั้นใจและทิ้งของทั่งหมดในมือ เขารวบรวมแรงถีบตัวเองให้พ้นจากร้านนั้น พร้อมกับตะโกนในใจว่า "กูยังไม่ตาย!"
เฮือก!!! เพชรสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขาหอบหายใจรัวและรีบเปิดไฟให้สว่างไปทั่วห้อง แต่ที่ทำให้เขาแทบช็อกคือ ที่ปลายนิ้วชี้ของเขา มีรอยคราบหมึกสีดำติดอยู่ เหมือนกับรอยปากกาเคมีที่เขาเพิ่งถือในฝันเป๊ะๆ!
น่ากลัวมากเลยใช่ไหมคะ? การฝันว่าซื้อของใช้คนตายให้ตัวเองเนี่ย โบราณถือว่าเป็นลางที่อันตรายมาก และเป็นการเตือนให้เราต้องไปทำบุญต่อชะตาโดยด่วนค่ะ
มีใครเคยฝันเห็น "ชื่อตัวเอง" บนสิ่งของที่ไม่เป็นมงคลแบบเพชรบ้างไหมคะ? หรือเคยฝันว่าไปอยู่ในร้านค้าแปลกๆ ที่ขายของชวนขนลุกแบบนี้บ้าง? คุณจัดการกับความรู้สึกหลังจากตื่นมายังไง? มาแชร์วิธีแก้เคล็ดกันหน่อยค่ะ เผื่อเพื่อนๆ คนไหนเจอจะได้สบายใจขึ้นบ้าง



























แง้ ทำไมตัวหนังสือเป็นแบบนี้🥺