" สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัส " เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ซึ่งเก่าแก่เป็นอันดับ 5 เป็นอนุสรณ์แห่งความรักมีที่มาจาก " ราชินีอาเตมีสเซีย " ซึ่งเป็นทั้งพระขนิษฐาและพระมเหสีของกษัตริย์มุสโซลูส กษัตริย์แห่งเอเชียไมเนอร์ หรือประเทศอิหร่านในปัจจุบัน เพื่อเป็นสิ่งก่อสร้างแทนความรักต่อพระสวามีซึ่งล่วงลับเมื่อ 353 ปีก่อนคริสต์ศักราช
" สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัส " สร้างจากหินอ่อน สูง 140 ฟุต ฐานมีพื้นที่ 460 ฟุต มีรูปปั้นสิงโตขนาบบันไดที่ทอดไปสู่สุสาน สุสานรายล้อมด้วยรูปปั้นนักรบบนหลังม้า โดยมีเสาหินจำนวน 36 ต้น เป็นฉากหลัง หลังคาเป็นรูปทรงพีระมิด มีกษัตริย์มุสโซลูส และราชินีอาเตมีสเซีย ประทับยืนอยู่บนราชรถม้าซึ่งกำลังวิ่ง แต่สุดท้ายราชินีอาเตมีสเซียก็ไม่มีโอกาสได้เห็นสุสานที่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากได้สิ้นพระชนม์เมื่อ 350 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ภายหลังเมื่อก่อสร้างสุสานเสร็จ พระศพของกษัตริย์มุสโซลูส และราชินีอาเตมีสเซียก็ได้ประทับเคียงกันในสุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัส แต่เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ช่วงศตวรรษที่ 13 ก็ทำให้สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัสพังทลาย นอกจากนั้นชิ้นส่วนต่างๆ ยังถูกนำไปสร้างป้อมหรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากชิ้นส่วนบาง ชิ้น โดย เก็บรักษาไว้ในบริติชมิวเซียม ในประเทศอังกฤษ
สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัส ตั้งอยู่ในเมืองโบราณฮาลิคาร์นัสซัส ซึ่งปัจจุบันคือเมืองบอดรุมในประเทศตุรกี เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่สะท้อนถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบกรีก-เปอร์เซียอย่างงดงาม สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความรักนิรันดร์ระหว่าง กษัตริย์มุสโซลูส และราชินีอาเตมีสเซีย สุสานนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีก ชื่อว่า พีเธียส และสแกนแดลิสส์ ซึ่งใช้หินอ่อนในการก่อสร้างและประดับตกแต่งด้วยรูปปั้นวิจิตรงดงาม เช่น สิงโตที่ขนาบข้างบันได และนักรบบนหลังม้าที่ล้อมรอบฐาน อีกทั้งหลังคาทรงพีระมิดของสุสานสร้างความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ตัวสุสานสูงถึง 140 ฟุตและมีฐานกว้างถึง 460 ฟุต พร้อมเสาหินจำนวน 36 ต้น ทำให้ภาพรวมดูทรงพลังและมั่นคงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สุสานแห่งนี้มีอายุยืนยาวจนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 13 ที่ทำให้โครงสร้างได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้หลายส่วนของสุสานพังทลายและชิ้นส่วนต่างๆ ถูกนำไปใช้ในสถานที่อื่นๆ ในอดีต ในปัจจุบัน ซากชิ้นส่วนของสุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัสถูกเก็บรักษาไว้ในบริติชมิวเซียม ประเทศอังกฤษ เพื่อให้ผู้คนยังสามารถศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และชื่นชมความงดงามของอนุสรณ์สถานแห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสซัสจึงไม่เพียงแต่เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะและความรักนิรันดร์ที่ได้รับการจดจำมาตลอดหลายศตวรรษ
