วิธีใช้ codex ร่วมกับ claude ในโฟลเดอร์เดียวกัน

ช่วงนี้เริ่มใช้ Claude Code + Codex คู่กันมากขึ้น

แล้วพบว่า หลายๆครั้ง Codex ช่วยแก้จุดที่ Claude แก้ไม่จบได้

เลยให้มัน audit กันเอง

ไปดูวิธีที่จะให้ทั้ง 2 ตัวทำงานและเข้าใจโปรเจกต์ในโฟลเดอร์เดียวกัน…👇🏻

เราไม่จำเป็นต้องสร้างโปรเจกต์ใหม่

หรือ duplicate project เพื่อย้ายไปใช้ Codex เลย

เพราะจริง ๆ แล้วทั้ง Claude Code และ Codex

สามารถใช้ Knowledge Base ชุดเดียวกันได้ เช่น

• docs

• references

• scripts

• context files

• wiki ต่าง ๆ

สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ มีแค่ config และ instruction structure เท่านั้น

Claude Code ใช้:

• CLAUDE.md

• .claude/

Codex ใช้:

• AGENTS.md

• .codex/

• agents/

👇🏻

ซึ่ง AI สามารถช่วย convert ให้เราได้แทบทั้งหมด

📌เก็บ Prompt นี้ไว้ใช้ได้เลย :

“โปรเจกต์นี้สร้างด้วย Claude Code

ช่วยสร้าง AGENTS.md, .codex config

ย้าย skills/agents ให้เหมาะกับ Codex

และอ่าน docs ของทั้งสอง tool เพื่อแปลงให้ถูกต้อง”

อีกเทคนิคที่โคตร useful คือ Session Handoff

ให้ Claude สรุป:

• Context

• Active Files

• Decisions

• Next Steps

แล้ว copy ไปให้ Codex ทำต่อได้ทันที

สุดท้าย mindset ที่สำคัญมากคือ:

อย่าล็อกตัวเองกับเครื่องมือเดียว

จงเป็น Tool-Agnostic

ใช้แต่ละ Agent ตามจุดแข็งของมัน 🚀

5/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การทำงานกับ AI Agents อย่าง Claude Code และ Codex การใช้ทั้งสองเครื่องมือนี้ในโปรเจกต์เดียวกันสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการแก้ไขโค้ดเป็นอย่างมาก สิ่งที่ผมพบว่ามีประโยชน์คือการใช้ Knowledge Base ร่วมกัน เช่นเอกสาร (docs), เอกสารอ้างอิง (references), สคริปต์ (scripts) และไฟล์ context ต่าง ๆ ทำให้ทั้ง Claude Code และ Codex สามารถทำงานประสานกันโดยไม่เสีย context ของโปรเจกต์ แม้ทั้งสองจะมีโครงสร้างของ config และ instruction ที่แตกต่างกัน เช่น Claude ใช้ CLAUDE.md กับโฟลเดอร์ .claude/ ขณะที่ Codex ใช้ AGENTS.md และโฟลเดอร์ .codex/ กับ agents/ แต่ด้วยการใช้ AI ในการช่วยแปลงไฟล์และย้ายความสามารถ (skills/agents) ทำให้ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมดทีละขั้นตอน เทคนิคที่ผมชอบใช้มากคือ Session Handoff โดยเริ่มจากให้ Claude สรุปข้อมูลสำคัญ เช่น context ของโปรเจกต์, ไฟล์ที่กำลังใช้งาน, การตัดสินใจที่ผ่านมา และขั้นตอนถัดไป จากนั้นก็ส่งต่อให้ Codex ทำงานต่อทันที ซึ่งช่วยลดเวลาการเริ่มต้นและรักษาความต่อเนื่องของงาน ข้อคิดสำคัญคือการไม่ยึดติดกับเครื่องมือเดียว (Tool-Agnostic) เพราะแต่ละ Agent มีจุดแข็งที่แตกต่างกัน การปรับใช้ให้เหมาะสมจะช่วยเพิ่ม productivity ได้อย่างมาก ผมเองพบว่าการใช้ Claude Code คู่กับ Codex อย่างมีระบบทำให้การทำงานลื่นไหลและลดข้อผิดพลาดลงมาก สุดท้าย การเข้าใจและจัดการกับ config และ instruction structure ให้ถูกต้องคือหัวใจที่จะทำให้การใช้ Claude Code และ Codex ร่วมกันในโฟลเดอร์เดียวกันเกิดประโยชน์สูงสุด ผมแนะนำให้เก็บ Prompt สำหรับแปลงโปรเจกต์ไว้ใช้ เช่น "โปรเจกต์นี้สร้างด้วย Claude Code ช่วยสร้าง AGENTS.md, .codex config ย้าย skills/agents ให้เหมาะกับ Codex และอ่าน docs ของทั้งสอง tool เพื่อแปลงให้ถูกต้อง" เนื่องจากจะช่วยให้ AI ทำงานแปลงไฟล์ได้อัตโนมัติและแม่นยำมากขึ้น การใช้สองเครื่องมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขจุดที่อีกตัวทำไม่ได้นั้นได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการจัดการโปรเจกต์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ