2025/10/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากข้อมูลเอกสารเด็ดที่ได้รับการเปิดเผยระบุว่ากัมพูชายังคงมีทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 อยู่ในครอบครองจริง ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการห้ามใช้และการทำลายทุ่นระเบิดทุกรูปแบบ (Anti-Personnel Mine Ban Convention) หรือที่รู้จักกันในชื่ออนุสัญญอต้าวตูร์ (Ottawa Treaty) โดยกัมพูชาได้รายงานข้อมูลเรื่องนี้ต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพันธกรณีของประเทศในการควบคุมและทำลายทุ่นระเบิดเหล่านี้ PMN-2 เป็นทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในสงครามและความขัดแย้งครั้งก่อน ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกัมพูชา โดยทุ่นระเบิดชนิดนี้มีอันตรายสูงและยังคงเป็นภัยคุกคามต่อประชาชนในพื้นที่ที่เคยเกิดสงคราม ทำให้รัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศต้องดำเนินมาตรการตรวจสอบและทำลายอย่างต่อเนื่อง ในรายงานที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2000 และยืนยันในปี 2020 กัมพูชาระบุว่ามีทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลจำนวน 3,730 ชิ้นที่ยังคงครอบครองซึ่งได้รับอนุญาตให้เก็บไว้ตามข้อยกเว้นในอนุสัญญาดังกล่าว เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์บางประการ เช่น การวิจัยหรือการทดสอบอุปกรณ์ตรวจจับทุ่นระเบิด อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการกำจัดทุ่นระเบิดในกัมพูชายังเป็นเรื่องท้าทายเนื่องจากสภาพภูมิประเทศและความซับซ้อนของการตรวจหา การทำลายจึงต้องอาศัยเทคนิคและเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น การใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีตรวจจับด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อให้การดำเนินงานปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับประชาชนทั่วไป การตระหนักรู้ถึงอันตรายของทุ่นระเบิดและการเผยแพร่ความรู้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งสำคัญ โดยรัฐบาลกัมพูชาและหน่วยงานระหว่างประเทศได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมรณรงค์และอบรมวิธีรับมือเพื่อสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด ในภาพรวม เอกสารและรายงานชุดนี้ช่วยให้เรามีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ของทุ่นระเบิดในกัมพูชาและความพยายามของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนอย่างยั่งยืน