ไผสิชังก็ช่างเถาะบ่ได้งึดบ่ได้สนบ่ได้แคร์ท่าสิชัง
บางช่วงในชีวิต เราอาจเจอคนที่ “ชัง” เราแบบงงๆ ทั้งที่เราไม่ได้ไปทำอะไรให้เขาเลย ตอนแรกยอมรับว่าใจมันแป้วนะ เผลอคิดวนว่าเราผิดตรงไหน ทำไมเขาต้องเมิน ทำไมต้องพูดกระทบ แต่พอเวลาผ่านไปถึงเข้าใจประโยคที่ผู้ใหญ่ชอบพูดว่า “ใครชิงใครชังช่างเถิด” เพราะสุดท้ายเราไม่สามารถควบคุมความคิดคนอื่นได้อยู่ดี สิ่งที่ช่วยให้ฉัน “บ่ได้งึด บ่ได้สน บ่ได้แคร์” มากขึ้น คือแยกให้ออกว่าอะไรคือเรื่องของเรา อะไรคือเรื่องของเขา ถ้าเราทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว ซื่อสัตย์กับใจตัวเองแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไปเลย บางคนชังก็ชังตามอารมณ์ ตามสิ่งที่เขาเคยเจอ หรือชังเพราะอคติที่เรามองไม่เห็นก็มี เวลารู้สึกโดนเกลียด ฉันจะทำ 3 อย่างนี้เป็นประจำ 1) หยุดอธิบายกับคนที่ไม่ฟัง: ยิ่งอธิบายยิ่งเหนื่อย และบางคนไม่ได้อยากเข้าใจ แค่อยากชนะ 2) กลับมาดู “วงของเรา”: ให้เวลากับคนที่รักเรา คนที่คุยแล้วสบายใจ แค่นี้พลังใจก็กลับมาเร็วมาก 3) พูดกับตัวเองให้ชัดๆ: “ซังกูโลดสูบ่ได้แคร์ดอก” เป็นประโยคเตือนใจแบบบ้านๆ แต่ได้ผลจริง เพราะมันตัดวงจรคิดมากได้ทันที อีกอย่างที่ฉันเรียนรู้คือ การไม่แคร์ไม่ได้แปลว่าใจแข็งหรือหยาบคาย เราแค่เลือกไม่เอาคำคนที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตเรามาเป็นภาระ ถ้าวันไหนยังทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ ฝึกได้ เริ่มจากลดการเสพสิ่งที่ทำให้เราเทียบตัวเองกับคนอื่น ลดการส่อง ลดการตามข่าวดราม่า แล้วเอาเวลาไปทำสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจแทน ท้ายที่สุด ต่อให้ “ใครจะชิงใครจะชัง” ก็ช่างเถอะ ชีวิตเรามีค่ากับคนที่เห็นคุณค่าเราเสมอ โฟกัสเป้าหมาย ดูแลใจตัวเอง และใช้ชีวิตให้สบายใจที่สุด นั่นแหละคือการชนะที่แท้จริง























































