แม่หลอกลูกไปปอยเปตหรือปล่าว

เรื่องมันมีอยู่ว่า ลูกสาวโทรไปบอกพ่อว่าอยากทำงาน พ่อก็บอกว่าสิ้นปีจะไปรับมาอยู่ฉะเชิงเทราแล้วจะหางานให้ทำ

ต่อมาลูกสาวโทรบอกพ่อ ว่า "แม่"หางานให้แล้วเป็นพนักงานแพคของรายได้หมื่นกว่าบาททที่สระแก้ว

ลูกสาวบอกต่อว่าแม่จะไปส่งที่สระแก้วด้วยโดยให้ตนเองขึ้นไปหาแม่ที่โคราช แล้วแม่จะพาไปขึ้นรถที่หมอชิต

เมื่อลูกสาวขึ้นไปโคราช "แม่ "พาน้องคนนี้ "เปิดบัญชี 4 ธนาคาร แล้วพากันนั่งรถไปที่หมอชิต

(ผมข้องใจว่าจากโคราชไม่มีรถไปสระแก้วเหรอ

ทำไมต้องมาที่หมอชิต)

พ่อยังแชตติดต่อกับลูกสาวตลอดเวลา และรู้ว่าแม่ไม่ได้ไปส่งน้องที่สระแก้ว ปล่อยให้น้องนั่งรถไปคนเดียว อ้างว่าที่นั่งเต็ม

แม่ (อดีตเมียเก่า)โทรมาบอกพ่อว่าลูกไปทำงานฝั่งกัมพูชา พ่อตกใจมาก ตอนแรกแม่บอกว่าลูกไปทำงานที่สระแก้ว

หลังจากที่แม่โทรมายังติดต่อกับลูกสาวได้แชตคุยกันได้ พอหลังจากสามทุ่มก็ติดต่อทางแชตลูกได้ โดยลูกสาวแชตมาบอกว่าเปลี่ยนเบอร์แล้ว

หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อ

พ่อรายนี้รีบแจ้งความที่ฉะเชิงเทรา และสงสัยว่าแม่ (เมียเก่า) อาจเป็นแกงค์คอลเซนเตอร์

ทางด้านแม่ให้สัมภาษณ์ และ ฝากไปถึงพ่อว่า

ตนเองไม่ไดหลอกลูก คนเป็นแม่ก็ห่วงเหมือนกันถึงแม้จะไม่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก

พ่อวอนให้หน่วยงานต่างๆช่วยเหลือแล้ว และกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะห่วงลูก ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ชะะตากรรม

ภาพนี้สีร้างโดย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง

2025/10/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ที่ลูกถูกชักชวนไปทำงานขายของในกรุงเทพฯ แต่กลับถูกพาไปที่อรัญประเทศและต่อเนื่องไปยังปอยเปต เป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้จริงในหลายครอบครัวที่ต้องการหาโอกาสให้ลูกมีงานทำและรายได้ แม้พ่อแม่จะตั้งใจดีแต่บางครั้งมิจฉาชีพสามารถแฝงตัวมาหลอกลวงได้ง่าย การรู้จักสัญญาณอันตรายและวิธีป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก สำหรับผู้ปกครอง เมื่อได้ยินเด็กบอกว่ามีงานทำได้ค่าตอบแทนดีเกินจริง เช่น รายได้ 12,000 บาทสำหรับงานขายของ การเช็คที่มาที่ไปของงานอย่างละเอียดจึงสำคัญ เช่น ขอข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับบริษัทหรือร้านค้า มีที่อยู่ หมายเลขติดต่อจริง และสถานที่ทำงานที่ชัดเจน นอกจากนี้ควรพาเด็กไปด้วยในวันแรก เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้เด็กรู้สึกมั่นใจว่าไม่ได้อยู่ลำพัง การเดินทางโดยไม่ได้บอกจุดหมายปลายทางหรือเปลี่ยนเส้นทางเดินทาง เช่นจากกรุงเทพฯ ไปอรัญประเทศหรือปอยเปตโดยไม่มีผู้ปกครองไปด้วย ควรเป็นสัญญาณที่ผู้ปกครองต้องระมัดระวังอย่างสูง เพราะพื้นที่ชายแดนเป็นจุดที่มักเกิดการหลอกลวงและค้ามนุษย์ได้ง่าย เมื่อพบว่าสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น ติดต่อกับเด็กไม่ได้ หรือรู้ว่าเด็กถูกพาไปในพื้นที่เสี่ยง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมรวมหลักฐานการสนทนา เบอร์โทรที่ติดต่อ และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การติดตามค้นหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และความเข้าใจให้เด็กเกี่ยวกับกฎระเบียบการทำงาน การตรวจสอบข้อเสนองาน และวิธีปฏิเสธหากรู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นอีกวิธีป้องกันที่สำคัญ การเปิดใจพูดคุยกับเด็กเสมอจะช่วยให้เด็กไม่กลัวหรือเกรงใจที่จะบอกพ่อแม่เมื่อเจอปัญหา โดยรวมแล้ว ความปลอดภัยของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเรียนรู้ ประเมินความเสี่ยง และการลงมือป้องกันอย่างจริงจังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือถูกนำไปในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยได้อย่างมาก