กาแฟสดดอยอ่างขาง(คั่วเข้ม)

1/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถาม “กาแฟดอยอ่างขาง” รสเป็นยังไง เหมาะชงแบบไหนบ้าง เราลองใช้แบบคั่วเข้มแล้วรู้สึกว่ากลิ่นหอมค่อนข้างเด่น โทนช็อกโกแลต/คั่ว ๆ ชัด เหมาะมากกับคนที่ชอบกาแฟเข้ม หรืออยากทำ “กาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล” แบบดื่มง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน วิธีที่เราชอบคือชงแล้วทำเป็นกาแฟขวดแช่เย็นไว้ (เหมือนในรูปที่ทำทั้งขวดดำและขวดกาแฟนม) ข้อดีคือเช้าตื่นมาหยิบดื่มได้เลย ไม่ต้องชงใหม่ทุกแก้ว และยังคุมความหวานได้ 100% สัดส่วนที่ทำแล้วเวิร์ก (ปรับได้ตามความเข้มที่ชอบ) 1) กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลแบบเย็น - ใช้ผงกาแฟสดดอยอ่างขางคั่วเข้ม 18–20 กรัม - น้ำร้อน 200–220 มล. ชงให้ได้กาแฟเข้มก่อน แล้วปล่อยให้คลายร้อนค่อยเทใส่ขวด แช่เย็น 4–6 ชม. รสจะนุ่มขึ้น ดื่มแล้วไม่กระแทกขมเกินไป ถ้าอยากสดชื่นเพิ่ม บีบมะนาวนิดเดียวหรือใส่น้ำส้มคู่กันก็เข้ากันดี (สายตัดเลี่ยนลองดู) 2) กาแฟนมแบบขวด (โทนละมุนแต่ยังหอมเข้ม) - กาแฟเข้มที่ชงไว้ 120–150 มล. - นมสด 80–120 มล. (หรือใช้นมโอ๊ตก็ได้) - ถ้าจะหวาน แนะนำเริ่มที่ไซรัป/น้ำผึ้ง 1–2 ช้อนชา แล้วค่อยเพิ่ม เขย่าก่อนดื่มให้เข้ากัน จะได้เนื้อสัมผัสนัว ๆ เหมือนซื้อหน้าร้าน แต่เราคุมส่วนผสมเอง ทริคให้ “คั่วเข้ม” หอมแต่ไม่ขมไหม้ - น้ำไม่ควรเดือดพล่าน: รอให้เหลือประมาณ 90–94°C ก่อนชง จะช่วยลดรสขมฝาด - อย่าแช่/สกัดนานเกิน: ถ้าชงแบบดริปหรือเฟรนช์เพรส ระวังเวลาสกัดยาวเกินไป เพราะคั่วเข้มจะขมง่าย - เก็บในขวดปิดสนิท: กลิ่นกาแฟหายไวมาก ถ้าแช่เย็นควรใช้ขวดที่ปิดแน่นและทำปริมาณพอดื่มภายใน 1–2 วัน ถ้าใครกำลังหากาแฟดอยอ่างขางที่เอาไปทำได้ทั้งกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลและกาแฟนม เราว่าคั่วเข้มเป็นตัวที่ “ทำงานง่าย” โดยเฉพาะทำเป็นกาแฟขวดไว้ดื่มตอนเช้าหรือพกไปทำงาน ได้ความหอมเข้มแบบกาแฟสดจริง ๆ