Collagen Soup in Chinese style
🥣桃胶雪梨 (táo jiāo xuě lí) = เถาเจียวสาลี่
เสริมคอลลาเจนตามพส.จีน😊
ใครชอบกินร้อนกินได้เลย ใครชอบกินเย็นเอาไปแช่เย็นก่อนแล้วค่อยเอาออกมากินค่า
🥣 ส่วนประกอบหลักของชุดเถาเจียว
🍑桃胶 (táo jiāo) – เถาเจียว / ยางพีช
เป็นตัวหลักของชุด มีลักษณะเป็นยางสีเหลืองทอง
📍ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความชุ่มชื้น
❄️雪燕 (xuě yàn) – หิมะ燕 / หิมะนกนางแอ่น
เป็นยางธรรมชาติจากพืช คล้ายรั งนกแต่ราคาย่อมเยากว่า
📍ช่วยบำรุงผิวและระบบทางเดินอาหาร
❌ร้านนี้เขาไม่ได้ให้มาค่ะ❌
🌾皂角米 (zào jiǎo mǐ) – จมูกข้าว皂角 / เมล็ดสะเดาจีน ลักษณะเป็นเมล็ดใส ๆ พองตัวเมื่อแช่น้ำ
📍ช่วยเพิ่มคอลลาเจนและความยืดหยุ่นให้ผิว
🥜莲子 (lián zǐ) – เมล็ดบัว
📍ช่วยบำรุงหัวใจและระบบประสาท
❌ไม่มีตัวนี้ให้มาเหมือนกันค่ะ❌
🫘枸杞 (gǒu qǐ) – เก๋ากี้ / โกจิเบอร์รี่
📍บำรุงสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน
🌰红枣 (hóng zǎo) – พุทราจีน
📍บำรุงเลือด เพิ่มความหวานธรรมชาติ
🍐雪梨 (xuě lí) – สาลี่หิมะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
📍เพิ่มรสหวานฉ่ำและช่วยแก้ร้อนใน
🍐ของเราใส่สาลี่พันธุ์ทั่วไปนะคะไม่ใช่สาลี่หิมะ😜
ถ้าใครกำลังหาเมนู “collagen chinese soup” ที่ทำเองได้ที่บ้านแบบไม่ยุ่งยาก เมนูเถาเจียวสาลี่คือหนึ่งในของหวาน/ซุปใสสไตล์จีนที่เราทำบ่อยมาก เพราะกินได้ทั้งร้อนและเย็น แถมวัตถุดิบหลักอย่าง เถาเจียว เมล็ดสะเดาจีน พุทราจีน และเก๋ากี้ หาซื้อเป็นชุดได้ง่ายด้วยค่ะ ทริคของเราคือ “การเตรียมเถาเจียว” ถ้าทำดี เนื้อจะนุ่มใสและไม่มีกลิ่นค่ะ ปกติเราจะแช่เถาเจียวในน้ำสะอาดข้ามคืน (อย่างน้อย 8–12 ชม.) แล้วค่อยคัดสิ่งสกปรกออกให้หมด บางก้อนจะมีไตแข็งๆ ติดอยู่ด้านใน ใช้กรรไกรตัดออกนิดหน่อย เนื้อซุปจะละมุนขึ้นมาก ส่วน เมล็ดสะเดาจีน (皂角米) เราแช่แยกต่างหากประมาณ 4–6 ชม. เพราะพองตัวเร็ว พอแช่เสร็จจะใสๆ เม็ดใหญ่ขึ้น แล้วค่อยนำลงต้มพร้อมกันทีหลัง จะได้ไม่เละเกินไป วิธีต้มแบบที่เราชอบ: 1) ต้มน้ำให้เดือด ใส่พุทราจีนและเก๋ากี้ลงไปก่อน เพื่อให้น้ำหอมหวานธรรมชาติ 2) ตามด้วยเถาเจียวและเมล็ดสะเดาจีน ลดไฟอ่อน เคี่ยว 30–45 นาที (แล้วแต่ปริมาณ) 3) ใส่สาลี่ช่วงท้าย 10–15 นาที เพื่อให้ยังมีความกรุบฉ่ำ ไม่เละ ถ้าชอบหวานค่อยเติมน้ำตาลกรวด/น้ำผึ้งตอนใกล้เสร็จ (ไฟอ่อนๆ) รสจะนัวกว่าเติมน้ำตาลขาวค่ะ หลายคนเสิร์ชคำว่า “พุทราจีน ภาษาอังกฤษ” เวลาอ่านฉลากหรือหาซื้อออนไลน์ คำที่เจอบ่อยคือ: - พุทราจีน = Chinese jujube / Jujube - พุทราจีนแห้ง (红枣) = dried jujube / red dates ในร้านวัตถุดิบจีน บางที่เรียก “red dates” มากกว่า “jujube” ด้วยค่ะ ข้อสังเกตจากที่ลองทำเอง: ถ้าตั้งใจทำไว้กินเย็น แนะนำต้มให้รสหวานพอดีๆ เพราะแช่เย็นแล้วความหวานจะดรอปลงนิดหนึ่ง และเนื้อเถาเจียวจะหนึบขึ้น กินแล้วฟีลเหมือนของหวานสุขภาพมากๆ สุดท้าย ใครแพ้ง่ายหรือมีโรคประจำตัว ลองชิมปริมาณน้อยก่อนนะคะ เพราะวัตถุดิบบางอย่างเป็นยางธรรมชาติ และอย่าลืมล้าง/แช่ให้สะอาด จะได้ซุปใสๆ หอมๆ กินเพลินแบบสบายใจค่ะ

ขอบคุณค่ะ