Automatically translated.View original post

Before putting too much work into it.❤️‍🩹❤️‍🩹

❤️‍🩹 don't have a stable job and stay with you forever. One day if you get older, you get sick, you can't do it, they just let you out and hire someone else to do it.

❤️‍🩹 don't have a single gratitude. The organization hired us to work with money, and we used that money to exchange it.

❤️‍🩹 we can't change an organization we don't own, we can do as much as we can, change as we can, we can't just step back and do it somewhere else.

❤️‍🩹, even if we put a lot of effort into the job, it doesn't mean you're making progress in your duties. Every job always has a love interest.

❤️‍🩹 a job that can't be granted leave, leave the day you're sick, leave the day your cousin's sick in the hospital, it's not a very good job, because he's only for your sake without thinking of you.

❤️‍🩹 work without you, the organization can go on anyway, but the family without you, how can they stay?

❤️‍🩹 because our lives are not just jobs, lives that are always yours, travel lives, eating lives, fun lives, and family lives.

❤️‍🩹 to say that you will love work, how much you will devote to work, is not wrong, but you must always love yourself, love your family more than your job. 🫶

# lemon 8 diary # Office worker # Salary man # The toxic boss # Let me share

2025/8/6 Edited to

... Read moreในโลกยุคปัจจุบันที่การแข่งขันในที่ทำงานสูงและความกดดันจากหน้าที่การงานเข้มข้น พนักงานหลายคนมักพบว่าตนเองต้องเผชิญกับภาวะทำงานหนักเกินไปจนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตใจและกายภาพ การทุ่มเทให้งานมากจนลืมดูแลตัวเองและครอบครัวไม่เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดใจ แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเครียด เบิร์นเอาท์ และปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ข้อคิดสำคัญคือ "ไม่มีงานใดที่มั่นคงและคงอยู่กับคุณตลอดไป" เพราะเมื่อเวลาผ่านไปหรือสุขภาพเสื่อมโทรม อาจถูกแทนที่ได้เสมอ ดังนั้น การรู้จักตั้งขอบเขต และยอมรับความจริงว่าการทำงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต จะช่วยให้เราไม่หลงลืมความสำคัญของชีวิตส่วนตัวและครอบครัว พนักงานควรตระหนักว่าการทำงานแลกเงินเป็นข้อตกลงที่สมเหตุสมผล ไม่ควรกดดันตัวเองว่าต้องเป็นคนรักองค์กร หรือทุ่มเทเกินกว่าความสามารถของตน การทำงานอย่างรู้จักพักผ่อน มีเวลาลาเมื่อเจ็บป่วยหรือมีเหตุฉุกเฉินทางครอบครัวเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ควรได้รับ หากองค์กรใดไม่สนับสนุนสิทธิเหล่านี้ แสดงว่าเป็นสถานที่ทำงานที่ไม่เหมาะสม นอกจากนั้น ยังต้องตระหนักว่า "ครอบครัวไม่มีคุณไม่ได้เหมือนองค์กรที่ยังดำเนินไปได้" ดังนั้น การวางแผนเวลาชีวิตให้สมดุลระหว่างงาน งานอดิเรก และครอบครัว คือการดูแลชีวิตที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง คีย์เวิร์ดสำคัญ ได้แก่ การทุ่มเททำงาน, สมดุลชีวิตและงาน, ปัญหางานหนักเกินไป, สิทธิลาในงาน, ความสำคัญของครอบครัว, สุขภาพจิตของมนุษย์เงินเดือน และการจัดการความเครียดในการทำงาน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและการเข้าถึงของบทความต่อคนหางานและพนักงานออฟฟิศทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อและเนื้อหาที่ผู้เขียนนำเสนอในบทความนี้ ด้วยการยอมรับและปรับตัวอย่างมีสติ พนักงานจะสามารถพัฒนาทักษะการจัดการตนเอง รักษาสุขภาพ และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคสมัยนี้