30 แล้ว... ยังไงต่อ?

#บันทึกความรู้สึก #โตแล้วจึงรู้ว่า

30 แล้ว...

ยังไงต่อ?

ขออนุญาตย้อนเรื่องตอนอายุ20ให้ฟังก่อน

ว่าเราทำงานไม่ตรงสายที่เรียนจบมา

เพราะไม่ชอบสิ่งที่เรียนมา

เลยเริ่มทำ Freelance ในสิ่งที่ตัวเองชอบ

มาตั้งแต่ก่อนเรียนจบ

และสิ่งนั้นก็คือการถ่ายภาพ

ซึ่งเราก็รับงานมาตลอด

มีงานบ้าง ไม่มีบ้าง ไม่มีเงินบ้าง

แต่ก็สู้มาตลอดเพราะใจมันรักห้ามไม่ไหว

ทั้งที่หัวเราะทั้งน้ำตามาตลอดเพราะเรื่องรายได้

นอกจากนั้นเราก็รับงานอื่นด้วย

พวกสต๊าฟอีเว้นท์งานอาร์ทต่างๆ

หรือพวกงานอื่นที่เราพอๆทำได้

สนุกนะเอาจริง เราชอบเลยล่ะ

แต่พอช่วงโควิด งานก็หายเกือบหมด

เพราะมันจัดงานไม่ได้

เราก็ไปทำงานไม่ได้ เพราะไม่มีงาน

เราต้องหันเหเข้าสู่การทำงานประจำ

ในช่วงอายุ 20 ตอนปลายเข้าใกล้ 30

เราหางานมาเรื่อย ๆ

เลือกสมัครตามความถนัด

แต่ก็ไม่ได้รับเลือกแม้แต่เข้าสัมภาษณ์

เลยต้องเบนเข็มไปสมัครงาน

สายงานประสานงานขาย

และเราก็ได้งานในที่สุดและทำมา 3 ปี 3 บริษัท

และต้องออกจากงานที่ล่าสุดในวัย 30

เพราะทางบริษัทไม่ต่อสัญญา

เนื่องจาก Performance ของเรา

ไม่ถึงตามที่เขาคาดหวัง

และเขายังบอกอีกว่า

เราไม่เหมาะกับงานแบบนี้

ก็คือเราเคว้งไปเลย

ไม่รู้ว่าจะหางานใหม่เป็นทางไหนดี

เพราะก็อยู่กับงานสายนี้มาตลอด

หลังจากได้รับจากแจ้งแล้ว

เราก็แข็งใจสมัครตำแหน่งเดิมต่อ

เพราะไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนงานไปทำไรดี

แต่ก็พยายามพูดคุยกับคนที่รู้จักรอบตัว

ก็ได้คำแนะนำเรื่องตำแหน่งงานมา

ให้เราสมัครนอกจากงานสายเดิม

แต่...

เราแทบไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน

เลยตั้งช่วงก่อนออกจากที่ล่าสุด

จนถึงตอนนี้เข้าสู่เดือนที่ 3 ที่เราว่างงานแล้ว

เหมือนมีความหวังเล็กๆ

จากการเพิ่งถูกเรียกไปสัมภาษณ์

2 ที่พร้อมกัน

แต่ตำแหน่งงานแตกต่างกัน

ในวันเดียวกัน

แต่จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่ทราบ

ผลการสัมภาษณ์งาน

เราก็คิดว่าคงไม่ได้งานแล้วแหละ

หางานสมัครงานอื่นต่อแล้วกัน

แต่เอาจริงเราเหนื่อยมากแล้วกับการหางาน

เราไม่อยากว่างงงานอีกแล้ว ขาดรายได้มันก็เรื่องนึง

แต่เราอยากทำงานเพื่อเจอคนเพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเอง

ซึ่งสิ่งที่เรากังวลที่สุดในการหางานช่วงนี้คือ

อายุและประการณ์การทำงานที่มันสวนทางกัน

เราอายุ 30 แล้วแต่ประสบการณ์การทำงานเราน้อยมาก

เลยไม่สามารถสมัครงานตำแหน่งที่เขาต้องการคนที่มี

ประสบการณ์มากกว่าที่เรามีอยู่ตอนนี้

สารภาพเลยว่า

ตอนนี้เราเหนื่อย เครียดและท้อมาก ๆ

กับการเริ่มต้นใหม่ในวัยที่เริ่มหางานได้ยากแล้ว

อย่างวัย 30

แต่ยังไงเราก็ต้องหาต่อ แต่ขอเวชาพักใจสักพัก

แล้วเริ่มหางานกันต่อ ไปกันต่อ !

เราก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนน้า

#lemon8campaign

3/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี หลายคนอาจรู้สึกเหมือนเวลาวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วและยังไม่สามารถตั้งตัวในชีวิตการทำงานได้อย่างมั่นคง ความรู้สึกสับสนและความกังวลในเรื่องอายุและประสบการณ์นั้นเป็นเรื่องปกติที่ใครหลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจและตลาดงานมีความผันผวนสูงจากผลกระทบของโควิด-19 ประสบการณ์ส่วนตัวของคนที่เริ่มต้นในสายงานที่ตนเองรักอย่างถ่ายภาพและงานอีเวนต์ ก่อนเปลี่ยนมาเป็นงานประสานงานขาย ที่แม้จะได้ทำงานประจำแต่กลับเจอความท้าทายด้าน Performance และถูกบอกว่าไม่เหมาะกับงานนี้ สิ่งเหล่านี้สอนให้เข้าใจว่าในชีวิตการทำงานไม่ใช่แค่เรื่องทักษะ แต่รวมถึงความเหมาะสมและโอกาสที่ได้เจอด้วย ใจหนึ่งอาจต้องรู้สึกท้อแท้ แต่การเปิดใจรับคำแนะนำและพร้อมที่จะทดลองสมัครงานในตำแหน่งอื่นๆ เป็นการแสดงถึงความกล้าที่จะปรับตัวและเรียนรู้ สิ่งสำคัญที่เข้าใจได้จากประสบการณ์เหล่านี้คือ "ไม่เคยสายเกินไป" สำหรับการเริ่มต้นใหม่ ถึงแม้อายุและประสบการณ์จะดูสวนทาง แต่ทุกๆ ก้าวที่เดินก็สะสมเป็นบทเรียนล้ำค่า การให้เวลากับตัวเองเพื่อพักใจเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อฟื้นฟูพลังและทำความเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้ง การตั้งเป้าหมายใหม่และปรับวิธีการหางานหรือพัฒนาทักษะเสริมจะช่วยให้มีโอกาสและความมั่นใจเพิ่มขึ้นได้ สำหรับใครที่กำลังรู้สึกเช่นเดียวกัน ขออยากให้ลองค้นหาจุดแข็งของตัวเอง หาแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของผู้อื่น และไม่ลืมที่จะรักษาความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นไปทีละนิด การเปลี่ยนแปลงแม้จะหนักในตอนเริ่มต้น แต่ก็เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ที่เราอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน ท้ายที่สุด ความสำเร็จและความสุขในการทำงานไม่ได้วัดจากอายุหรือประสบการณ์เท่านั้น แต่มาจากการรู้จักตัวเองอย่างแท้จริง กล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลง และมีความอดทนที่จะเดินต่อไปบนเส้นทางที่เลือกเองอย่างมั่นใจ