Automatically translated.View original post

Sai likes to plant trees. Please come to help each other plant emerald.

8/1 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาวิธีปลูกกวักมรกตในกระถาง เราลองทำเองแล้วเวิร์กมาก โดยเฉพาะมือใหม่ที่กลัวรากเน่า จุดสำคัญคือ “ดินต้องโปร่ง” และ “อย่ารดน้ำถี่เกินไป” ค่ะ 1) เลือกกระถางให้เหมาะ (แนะนำกระถาง 6 นิ้ว) สำหรับต้นขนาดเล็ก-กลาง กระถาง 6 นิ้วกำลังพอดี ไม่ใหญ่เกินจนดินอุ้มน้ำเยอะ ควรเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำ 1–2 รูขึ้นไป ถ้าเป็นกระถางพลาสติกจะเบา เคลื่อนย้ายง่าย ส่วนกระถางดินเผาจะช่วยระบายความชื้นดี เหมาะกับคนที่เผลอรดน้ำบ่อย 2) เตรียมดินปลูกให้โปร่ง ระบายน้ำไว กวักมรกตไม่ชอบดินแฉะ เราผสมแบบง่ายๆ ที่หาได้ทั่วไป: - ดินปลูกสำเร็จรูป 2 ส่วน - กาบมะพร้าวสับ/ขุยมะพร้าว 1 ส่วน - เพอร์ไลต์/หินภูเขาไฟ/แกลบดำ 1 ส่วน ถ้าบ้านใครชื้นหรือวางในที่แสงน้อย เพิ่มวัสดุโปร่งๆ (เพอร์ไลต์หรือหินภูเขาไฟ) อีกนิด จะช่วยลดโอกาสรากเน่าได้มาก 3) ขั้นตอนลงปลูกในกระถาง - รองก้นกระถางด้วยหินภูเขาไฟหรือเศษอิฐมอญบางๆ (ไม่ต้องหนามาก) - ใส่ดินผสมลงไปประมาณครึ่งกระถาง - นำต้นออกจากกระถางเดิม ค่อยๆ สะบัดดินเก่าออกเล็กน้อย (ไม่ต้องรื้อหมด) - วางต้นให้ระดับโคนพอดีกับขอบกระถาง แล้วเติมดินรอบๆ กดเบาๆ ให้แน่นพออยู่ทรง ทริคส่วนตัว: อย่ากลบดินสูงทับหัวเหง้าหรือโคนต้นมากเกินไป เพราะความชื้นจะสะสมง่ายค่ะ 4) รดน้ำอย่างไรให้ไม่เน่า หลังปลูกเสร็จ ถ้าดินมีความชื้นอยู่แล้ว เราจะเว้น 2–3 วันค่อยรดน้ำรอบแรก จากนั้นใช้หลัก “ดินแห้งค่อยรด” ลองใช้นิ้วจิ้มดินลึกประมาณ 2–3 ซม. ถ้ายังชื้นให้รอก่อน โดยทั่วไปในบ้านอาจรดทุก 7–14 วัน แล้วแต่แสงและอากาศ 5) แสงและตำแหน่งวาง กวักมรกตชอบแสงรำไรถึงแสงสว่างในร่ม วางใกล้หน้าต่างที่มีแสงส่องแต่ไม่โดนแดดแรงตรงๆ จะทำให้ใบสวยเงา ถ้าแสงน้อยมากต้นจะโตช้าและก้านยืดค่ะ 6) สัญญาณที่ต้องระวัง - ใบเหลืองนิ่ม/โคนช้ำ: มักมาจากน้ำเยอะไป - ใบเหี่ยวแห้ง: อาจขาดน้ำหรือโดนแดดแรงจัด ถ้าเริ่มสงสัยว่าเน่า แนะนำหยุดรดน้ำก่อน และเช็กดิน/ราก แล้วเปลี่ยนดินให้โปร่งขึ้น ทำตามนี้แล้วกวักมรกตจะอยู่กระถาง 6 นิ้วได้สวยๆ นานมากค่ะ ขอบคุณที่รับชมค่ะ