Before eating matcha each day🍵
ใครที่กำลังเสิร์ช “Noble มัทฉะลาเต้ รอ 37 นาที” แบบเรา น่าจะเจอสถานการณ์เดียวกันคือไปถึงแล้วคนแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงเที่ยง–บ่าย หรือวันหยุด ยอมรับว่าตอนแรกแอบลังเลเหมือนกันว่าจะรอดีไหม แต่เพราะเป็นสายมัทฉะอยู่แล้วเลยตั้งใจรอ แล้วมาดูว่าคุ้มไหมสำหรับคนที่อยากได้มัทฉะลาเต้แบบเข้มๆ สิ่งที่เราทำก่อนเข้าคิวคือเช็กเวลาตัวเองก่อน ถ้ามีธุระต่อแนะนำให้เผื่อเวลาเยอะหน่อย เพราะ “รอ 37 นาที” ถือว่าเกิดขึ้นได้จริง (ของเราใกล้เคียงมาก) ระหว่างรอเราแนะนำให้คิดสูตรที่ตัวเองชอบไว้ล่วงหน้า เช่น ชอบหวานน้อย/ไม่หวาน ชอบนมมากหรือน้อย เพราะพอถึงคิวจะได้สั่งเร็ว ไม่กดดัน และช่วยให้ได้น้ำแก้วที่ตรงใจ เรื่องรสชาติ: มัทฉะลาเต้ที่เราชอบคือกลิ่นชาเขียวต้องชัด ไม่หายไปกับนม และมีความขมปลายลิ้นนิดๆ แบบมัทฉะแท้ พอลองของ Noble แล้วโดยรวมให้ฟีล “มัทฉะนำ” มากกว่าหวานนำ (แต่ระดับหวานขึ้นกับที่สั่ง) ถ้าใครกลัวหวาน แนะนำสั่งหวานน้อยหรือไม่หวานแล้วให้ตัวมัทฉะทำงานเต็มที่ ส่วนสายละมุนอาจสั่งปกติหรือเพิ่มความหวานนิดนึงจะบาลานซ์ขึ้น ทริคสำหรับคนรอคิวนาน: ถ้าไปกับเพื่อนให้สลับกันไปทำอย่างอื่นระหว่างรอ หรือไปช่วงเวลาที่คนน้อยกว่า เช่น เช้ากว่า 11:00 หรือบ่ายแก่ๆ จะช่วยลดเวลารอได้เยอะ อีกอย่างคือพอได้แก้วแล้ว ลองชิมก่อนคนให้เข้ากัน บางครั้งมัทฉะกับนมแยกชั้นนิดๆ การคนจะทำให้รสกลมขึ้น สุดท้าย “คุ้มไหมกับการรอ 37 นาที?” สำหรับเราคุ้มในวันที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยมัทฉะดีๆ และมีเวลาเหลือ แต่ถ้าวันไหนรีบ แนะนำเลี่ยงช่วงพีคหรือสั่งแบบกลับบ้าน/ซื้อฝากถ้าระบบคิวเอื้ออำนวย ใครชอบมัทฉะโทนเข้มๆ น่าจะถูกใจ แต่สายหวานมากอาจต้องปรับระดับหวานให้เหมาะกับตัวเอง



































































































