ปราบมาร
เมื่อ “มาร” มาในรูปของความศรัทธาและความเชื่อ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือมันไม่ได้เข้ามาแบบความชั่วชัดเจน แต่มาในรูปของ “สิ่งที่เราคิดว่าดี”
จนเราไม่กล้าตั้งคำถามกับมัน
ศรัทธาไม่ใช่สิ่งผิด
แต่ศรัทธาที่ไม่มีสติ อาจกลายเป็นโซ่ตรวนของจิตได้
หลายครั้ง คนไม่ได้หลงเพราะความมืด
แต่หลงเพราะแสงที่ตัวเองยึดมั่นว่า “ศักดิ์สิทธิ์”
จนปิดตนเองจากความจริง
วิธีรับมือ ไม่ใช่การทำ ลายศรัทธา
แต่คือการทำให้ศรัทธานั้น “ตื่นรู้”
ลองสังเกตง่าย ๆ ว่า ความเชื่อนั้น…
ทำให้ใจเราสงบ หรือทำให้ใจเราหลงอำนาจ
ทำให้เรามีเมตตา หรือทำให้เราดูถูกคนอื่น
ทำให้เรากล้ารับความจริง หรือหนีความจริงด้วย
คำว่า “บุญกรรม”
ทำให้เรามีสติ หรือทำให้เรางมงายจนขาดเหตุผล
ทำให้จิตเบา หรือหนักไปด้วยการยึดติด
สิ่งใดที่ทำให้ “อัตตา” โตขึ้น แม้จะอ้างชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ก็ต้องระวัง
เพราะมารที่ละเอียดที่สุด คือมารที่ทำให้เรารู้สึกว่า “เราถูก เราสูง เราพิเศษ”
ในทางธรรม ศรัทธาที่แท้ ต้องเดินคู่กับปัญญาเสมอ
เหมือนมีสองปีก
ถ้ามีแต่ปัญญาไร้ศรัทธา ใจก็แห้งแล้ง
ถ้ามีแต่ศรัทธาไร้ปัญญา ใจก็อาจหลงทาง
บางครั้ง การกล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่ตนเองเชื่อ ไม่ได้แปลว่าทรยศต่อศรัทธา
แต่มันคือการชำระศรัทธาให้บริสุทธิ์ขึ้น
เพราะความจริง ไม่กลัวการตรวจสอบ
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้ ไม่ต้องการคนงมงาย แต่ต้องการคนมีสติและเมตตา








