Automatically translated.View original post

AI in the next 5-10 years will rise or fall!

2025/9/11 Edited to

... Read moreในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI จะเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะ AI จะผ่านการพัฒนาและปรับตัวใน 3 เฟสหลักที่มีผลกระทบต่อการทำงานและอาชีพอย่างชัดเจน เฟสแรก (2022-2027) เป็นยุคแห่งการปรับใช้ โดย AI จะเข้ามาเป็น "ผู้ช่วย" เพิ่มประสิทธิภาพงาน ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น กลุ่มคนที่เริ่มเรียนรู้และใช้ AI ได้อย่างคล่องแคล่วจะได้เปรียบมากในระยะนี้ ต่อมาในเฟสที่สอง (2027-2030) AI จะเข้าสู่ยุคแห่งการเชื่อมต่ออัตโนมัติ ซึ่ง AI สามารถทำงานซ้ำซ้อนแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ช่วงนี้จะเริ่มเห็นการแทนที่ตำแหน่งงานที่ไม่ซับซ้อนอย่างชัดเจน ทำให้อาชีพบางอย่างต้องปรับตัวหรือถูกลดความสำคัญ เช่น นักวิเคราะห์การเงิน นักบัญชี หรือแม้แต่นักกฎหมายและแพทย์ที่ AI สามารถช่วยวินิจฉัยโรคจากภาพ X-RAY ได้แม่นยำกว่า เฟสที่สาม (2030 เป็นต้นไป) คือยุคแห่งความสมบูรณ์แบบที่ AI มีความสามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลเหนือกว่ามนุษย์ ส่งผลให้อาชีพที่ต้องใช้ทักษะสูงได้รับผลกระทบและเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง พร้อมกับการร่างกฎหมายควบคุม AI ระดับโลก เพื่อรักษาสมดุลและความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีนี้ ในส่วนของอาชีพที่คาดว่าจะรุ่งในยุค AI ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ AI (AI Specialist หรือ Prompt Engineer) ซึ่งมีบทบาทเป็นเหมือน "วาทยกร" ที่ควบคุมและใช้พลังของ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงนักสร้างแบรนด์ที่เน้นสร้างความเป็นมนุษย์และความรู้สึก เพราะ AI ยังไม่สามารถทดแทนความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้าได้ ทำให้ "แบรนด์" เป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าสินค้าและบริการ สำหรับผู้ประกอบการและพนักงาน ควรส่งเสริมการใช้ AI เป็น "เลขาประจำตัว" ในการทำงาน ฝึกทักษะการใช้ AI อย่างคล่องแคล่ว และลงทุนในการสร้างแบรนด์องค์กรและตัวเอง (Personal Branding) เพื่อสร้างความแตกต่างที่ AI ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนไป ดังนั้น การเตรียมตัวเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และเข้าใจบทบาทของ AI ในแต่ละยุค จะช่วยให้เราก้าวผ่านความท้าทายและคว้าโอกาสรุ่งในยุค AI ได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน