ใครจะคิดว่ามาตรวจภายใน+คัดกรองมะเร็งปากมดลูก แต่‼️ เจอก้อนซีสต์😱 (EP.1)
.
เราตรวจที่ District D Clinic แถววัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ หลักๆตอนแรกอยากตรวจมะเร็งปากมดลูก แล้วก็เอ้ออ อยากฉีดวัคซีน HPV ป้องกันไว้อะไรแบบนี้
.
พอตอนตรวจภายในหมอคลำเจอก้อน+กดแล้วหน่วงๆเจ็บๆ เลยได้ทำการอัลตร้าซาวด์ หมอบอกว่าของเรามันดิ้นไปอยู่ด้านหลัง ทำให้ไม่แน่ใจว่า ก้อนเกี่ยวกับรังไข่ หรือ ลำไส้ใหญ่ เช็คอยู่นาน (ในใจก็ภาวนาให้เป็น 💩)
แต่ห มอ said : ยังไงก็มีแน่นอนน เพราะเจอ 5 cm แต่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับรังไข่หรือลำไส้ แต่คิดว่า ถ้ารังไข่ น่าจะเป็น ถุงน้ำในรังไข่ ชนิด “เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid Cyst)“ ซึ่ง รักษาโดย การผ่าตัด เท่านั้น ‼️
.
me : *ช็อคing* สิคะ หมอก็เลยถามสิทธิ์รักษาแล้วเรามีประกันสังคม หมอเลยเขียนใบส่งตัวไปตรวจเพิ่ม
📌เพราะถ้าปล่อยไว้นาน อาจเสี่ยงบิดขั้ว หรือแตกได้ 🥹
เดี๋ยวมาเล่าต่อ EP.2 ~
(ขั้นตอนการตรวจรักษา)
พิกัด District D Clinic
⏰ 11.00-20.00 น. (เปิดทุกวัน)
📍หลังวัดพระสิงห์
.
#DistrictDClinic #ตรวจภายใน #ซีสต์ #เดอร์มอยด์ซีสต์ #แชร์ประสบการณ์
เผื่อใครกำลังเสิร์ช “district d clinic” หรือ “ตรวจภายใน 18+” แล้วลังเลว่าจะไปตรวจดีไหม เราอยากเล่ารายละเอียดที่เรารู้สึกว่าช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น (และช่วยลดความเขิน/ความกังวลได้จริง) 1) ควรเตรียมตัวยังไงก่อนตรวจภายใน 18+ - ถ้ามีประจำเดือนอยู่ แนะนำเลื่อนนัด (บางโปรแกรมทำได้แต่ผลอาจไม่ชัด) เราเลือกนัดช่วงหลังหมดประจำเดือน - งดสวนล้างช่องคลอด/งดใส่ยา/งดมีเพศสัมพันธ์ก่อนตรวจประมาณ 24–48 ชม. เพื่อให้ผลคัดกรองชัดขึ้น - ถ้ามีอาการผิดปกติ (ตกขาวมีกลิ่น เลือดออกกะปริดกะปรอย เจ็บท้องน้อยเรื้อรัง) จดไว้เลย จะได้เล่าให้หมอฟังครบ 2) ขั้นตอนที่เราเจอที่ District D Clinic (ฉบับคนเขินง่าย) ตอนเข้าไปจะมีซักประวัติ แล้วแนะนำโปรแกรมที่ควรตรวจ จากนั้นขึ้นห้องตรวจ เปลี่ยนชุด และตรวจภายในจริง ๆ ช่วงแรกยอมรับว่าเขิน แต่ทีมหมอ/ผู้ช่วยค่อนข้างทำให้รู้สึกปลอดภัย พอเริ่มตรวจ หมอจะค่อย ๆ อธิบายว่าเขาทำอะไรอยู่ ทำให้เราผ่อนคลายขึ้น 3) ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก vs ตรวจ HPV ต่างกันยังไง ของเราเป็นแนวคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และมีผล HPV DNA test ด้วย (ผลเราเป็น Negative และแนะนำตรวจซ้ำตามรอบ) ส่วนใครไม่แน่ใจว่าควรตรวจแบบไหน ให้บอกเป้าหมายกับหมอ เช่น “อยากคัดกรองมะเร็งปากมดลูก” หรือ “อยากรู้ว่ามีเชื้อ HPV ไหม” หมอจะช่วยเลือกวิธีที่เหมาะกับอายุ/ประวัติได้ 4) ทำไมบางคนตรวจภายในแล้วต่อด้วยอัลตร้าซาวด์แบบสอด กรณีเรา หมอคลำเจอก้อนแล้วรู้สึกหน่วง ๆ เลยแนะนำอัลตร้าซาวด์เพิ่ม ซึ่งแบบสอด (transvaginal ultrasound) จะเห็นอุ้งเชิงกรานชัดกว่าบางเคส โดยเฉพาะก้อนที่อยู่ใกล้รังไข่/มดลูก หรือก้อนที่ “กลิ้งไปมา” ทำให้ต้องเช็คหลายมุม 5) ถ้าสงสัยซีสต์ (เช่น เดอร์มอยด์ซีสต์) ควรถามหมออะไรบ้าง - ก้อนน่าจะอยู่ที่รังไข่หรือที่อื่น (เช่น ลำไส้ใหญ่) และต้องตรวจเพิ่มอะไร - ขนาดกี่เซนติเมตร โตเร็วไหม ต้องติดตามอัลตร้าซาวด์ซ้ำเมื่อไหร่ - มีความเสี่ยงบิดขั้ว (torsion) หรือแตกไหม ถ้ามีอาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที (ปวดท้องน้อยรุนแรงเฉียบพลัน คลื่นไส้ อาเจียน) - ถ้าต้องผ่าตัด จะเป็นการเลาะเฉพาะถุงน้ำ (ovarian cystectomy) หรือมีโอกาสกระทบรังไข่มากน้อยแค่ไหน 6) เรื่องสิทธิ์รักษา/ใบส่งตัว เราแจ้งว่ามีประกันสังคม คุณหมอเขียนใบส่งตัวให้ไปตรวจต่อที่โรงพยาบาลตามระบบ ถ้าใครมีสิทธิ์เหมือนกัน แนะนำพกบัตรประชาชน/ข้อมูลโรงพยาบาลตามสิทธิ์ไปด้วย และถามคลินิกให้ชัดว่า “ต้องเอาเอกสารอะไรไปยื่นต่อ” จะได้ไม่เสียเที่ยว โดยรวม เรารู้สึกว่าการตรวจภายใน 18+ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ “คุ้ม” เพราะมันทำให้เจอความผิดปกติเร็วขึ้นจริง ๆ เคสเราไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แต่ดันเจอก้อน 5 ซม. จนได้แผนรักษาต่อ ถ้าใครอยู่เชียงใหม่และเล็ง District D Clinic แถวหลังวัดพระสิงห์ แนะนำจองก่อนตามที่เขาแจ้งไว้ จะได้ไม่ต้องรอนาน






















