รีวิว ทำงานบ.จีนครั้งแรก
อันนี้เป็นประสบการณ์ที่เจอมากับตัว ปกติถ้าทำงานแบบไม่คิดอะไรเราก็ทำงานต่อไปได้ แต่ถ้ามองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นก็ทำเอาอยากลาออกเลย บอนี้เป็นบอสตาร์ทอัพ เราก็เคยทำงานแนวๆนี้มาอยู่แล้ว คิดไว้ว่ามันก็คงจะได้ทำงานหลากหลาย แต่เราก็ไม่ได้ติดอะไร พร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ๆอยู่แล้วในสโคปงานที่ตำแหน่งนี้เกี่ยวข้องอะนะ เพราะมันสามารถเอาไปต่อยอดในสายงานของตัวเองต่ อได้
พอเข้ามาทำงานได้สองสามเดือน เรารู้สึกว่ามันไม่เป็นระบบอะไรเลย เวลาเกิดปัญหาก็เอาแต่หาคนผิดมากกว่าที่จะแก้ โยนปัญหาไปมากว่าจะได้คุยแล้วแก้ปัญหากัน คือจริงๆมันมีเยอะกว่านี้ แล้วเป็นแบบนี้ตลอดเวลาเกิดปัญหาขึ้น เราก็พยายามไม่คิดอะไรมาก คิดว่ายังไงก็ทำไหวแหละ
สาเหตุที่ทำให้ต้องกลับมาคิดเรื่องนี้อีก เป็นเพราะว่า เราโดนโยนงานมาให้ทำ ทั้งที่เนื้องานมันเป็นส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เราเลยว่าบอกงานนี้เขาต้องเป็นคนทำนะ เพราะเราไม่ใช่คนอยู่หน้างาน เขาก็พูดว่า เขาจะทำเท่าที่ได้ ถ้างานที่เขาทำโดนแก้ เขาจะให้เราทำต่อ เราเลยบอกให้เขาลองทำส่งไปก่อน เราแค่รู้สึกไม่โอเคอะ จริงๆถ้าต้องทำงานนั้นเราก็ทำให้ได้ แต่แค่เรามองว่ามันไม่ใช่งานที่เราต้องมาทำแทนคนนั้น ถ้ารับปากว่าจะทำมันก็จะได้ทำแท นไปตลอด เพราะมันต้องอัพเดทข้อมูลเรื่อยๆ แล้วคำพูดของเขาก็พูดเหมือนว่าตัวเองจะทำงานชุ่ยๆ เพื่อให้ceoเป็นคนพูดให้เราทำงานนั้นแทน
ทุกคนคิดว่ายังไงคะ หรือเราเก็บเอามาคิดให้มันเป็นปัญหาเองอะ
ปล.คนนั้นคือผจก.โรงงานนะ(เป็นคนจีนที่ทำงานที่ไทยมานาน) ทำงานคนละที่คนละจังหวัดกัน เราอยู่ออฟฟิศที่กทม.
การทำงานในบริษัทจีน โดยเฉพาะในบอสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้น อาจเจอความท้าทายที่หลายคนนึกไม่ถึง เช่น การจัดการที่ยังไม่เป็นระบบเหมือนบริษัทใหญ่ และปัญหาเรื่องการสื่อสารข้ามตำแหน่งงานซึ่งทำให้เกิดการโยนงานไปมาได้ง่าย จากประสบการณ์ตรง เห็นได้ว่าการที่ฝ่ายหนึ่งโยนงานให้ฝ่ายอื่นทำโดยไม่ชัดเจนในหน้าที่ความรับผิดชอบ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจและความเครียดสะสมในการทำงาน นอกจากนี้ การจัดการกับปัญหาที่ไม่ได้มุ่งเน้นแก้ไข แต่โฟกัสที่หาผู้รับผิดชอบมากกว่าจะช่วยให้ระบบดีขึ้น ยิ่งทำลายบรรยากาศการทำงานและลดประสิทธิภาพของทีมได้อย่างมาก สำหรับคนที่ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้ การตั้งหลักที่สำคัญคือการรู้จักวางขอบเขตหน้าที่ของตัวเองให้ชัดเจน พร้อมกับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกโยนงานที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบโดยไม่จำเป็น การเรียนรู้วิธีจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ และการพยายามแก้ปัญหาร่วมกับทีมในทางที่เป็นระบบมากขึ้น ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น อีกส่วนที่ควรคำนึงถึงคือความแตกต่างทางวัฒนธรรมในการทำงานกับคนจีนที่อาจมีวิธีคิดและสไตล์การทำงานแตกต่างจากไทย เช่น การไม่อยากเผชิญหน้ากับปัญหาโดยตรงหรือการใช้คำพูดที่ดูเหมือนจะมีเจตนาทำงานแบบชุ่ยๆ อาจเป็นสัญญาณให้เราได้ทบทวนแนวทางการทำงานที่เข้ากับบุคคลหรือวัฒนธรรมองค์กรมากขึ้น สุดท้ายแล้ว การทำงานในบริษัทจีนครั้งแรกโดยเฉพาะในสตาร์ทอัพ หากเจอปัญหาควรพยายามเรียนรู้และปรับตัว พร้อมกับหาช่องทางพูดคุยเพื่อพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น เพราะประสบการณ์เหล่านี้จะมีคุณค่าและช่วยให้เติบโตในสายงานได้ในอนาคต

เข้าใจค่ะ เราเองเคยเจอประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้ ตอนนั้นเลือกจะทำบัญชีของบริษัทsme เพื่ออยากเรียนรู้งานหลากหลาย สุดท้ายไม่ตอบโจทย์ นอกจากต้องเรียนรู้ระบบบัญชีใหม่เอง พยายามทำความเข้าใจระบบงานต่างๆเอง ลูกน้องเราเองก็ใหม่ไม่จบสายตรง ยังเจอกับหัวหน้าเซลล์ที่ชอบโยนงาน พูดภาพสวยๆกับเจ้านายขายงานไปวันๆ บางงานเจ้านายสั่งให้เค้าทำ แต่ก็ชอบโยนมาให้เราทำ สุดท้ายตัดสินใจลาออกใน 6 เดือนค่ะ แต่เรามีปัญหาที่บ้านและเรื่องเรียนโทด้วย ตอนนั้นได้โอกาสงานใหม่ที่สนใจมาพอดี ก็เลยออกค่ะ ปัญหาคนมันแก้ไม่ได้ค่ะ ยิ่งกับคนที่แก่/ตำแหน่งสูง เราเองก็ไม่ได้อยากพูดหรือฟ้อง แต่คิดว่าพูดไปก็สู้พวกนั้นไม่ได้ค่ะ ออกมาหาเส้นทางชีวิตใหม่ค่ะ