Automatically translated.View original post

Learn upstream-downstream textiles here. What are you studying?

👩🏻‍🔬 Textile lab:

The beginning of textiles is to understand the "fiber-fabric-manufacturing process," which in this room will successfully analyze fiber, dye, fabric properties and decoration.

Pattern Room:

- What you will learn in this room is to teach from self-measurement, pattern, sizing techniques, and fabric cutting.

📍 (For those who like fashion, recommend this selection. Year 3)

Sewing Room:

- In this room, you will practice sewing machines. It will first be a practice of sewing lines for proficiency, and then you will sew skirts and shirts. There is also a buttonhole.

At the end of the third year, you can choose which semis to study, whether science or fashion, or whether you can study all. In addition to the semester's teaching, there are also non-semester classes, which will be combined with other faculties such as Genkem, Auchem, Physics, Calculus, Marqueting, and Free.

📍 University of Agriculture, Faculty of Agricultural Industry, Department of Textiles and Fashion

1/12 Edited to

... Read moreการเรียนเกี่ยวกับสิ่งทอที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ใช่แค่การทฤษฎีธรรมดา แต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองจริงตั้งแต่เรื่องของ ``เส้นใย`` ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อคุณภาพผ้า ว่ามีประเภทและคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงการย้อมสีและตกแต่งผ้าที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอแต่ละชนิด สำหรับผม ที่ได้มีโอกาสเข้าไปฝึกใน Textile lab พบว่าแต่ละขั้นตอนเป็นศาสตร์ที่ต้องการความละเอียดอ่อน และความเข้าใจลึกซึ้ง เช่น การเลือกเส้นใยที่เหมาะสมกับการใช้งาน การทดลองย้อมสีเพื่อให้เกิดสีสม่ำเสมอ และการทดสอบคุณสมบัติของผ้า เพื่อประเมินความทนทานและการใช้งานจริง นอกจากนี้ ในห้อง Pattern Room ยังช่วยสร้างทักษะที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการวัดตัวและร่างแบบที่ตอบโจทย์สรีระและแฟชั่นปัจจุบันอย่างลงตัว การได้ฝึกปรับไซส์และการตัดผ้า ทำให้เข้าใจถึงปัญหาและความท้าทายของการผลิตแฟชั่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบแฟชั่นและอยากพัฒนาฝีมือเป็นมืออาชีพ ส่วนห้อง Sewing Room นั้น ถือเป็นพื้นที่ซ้อมและฝึกฝนทักษะการใช้จักรเย็บผ้าและจักรโพ้ง ที่ผมชอบมาก เพราะได้ฝึกเย็บเส้นต่างๆ ตั้งแต่พื้นฐาน จนไปถึงการเย็บกระโปรงและเสื้ออย่างจริงจัง รวมถึงการเรียนรู้การใช้จักรรังดุม ซึ่งจำเป็นสำหรับงานตัดเย็บขั้นสูง อย่างน่าสนใจคือในระดับชั้นปี 3 นักศึกษาสามารถเลือกเรียนวิชาภาคที่ตนถนัดและสนใจ ไม่ว่าจะเป็นภาควิทยาศาสตร์หรือแฟชั่น หรือจะเรียนทั้งสองสายก็ได้เพื่อความกว้างขวางของความรู้ นอกจากนี้ยังมีวิชานอกภาคที่ร่วมเรียนกับคณะอื่นๆ เช่น เคมี ฟิสิกส์ แคลคูลัส มาร์เก็ตติ้ง หรือวิชาเสรี ที่ช่วยเสริมมุมมองและความรู้ด้านอื่นๆ ทำให้มีโอกาสพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งหมดนี้ทำให้ผมเชื่อว่าภาควิชาสิ่งทอและแฟชั่นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่เรียนที่ครบถ้วนและเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสายงานสิ่งทอแฟชั่นอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะเน้นความรู้เชิงเทคนิคแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทดลองปฏิบัติจริงและเสริมสร้างทักษะอย่างหลากหลาย ช่วยให้นักศึกษาพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานจริงได้อย่างมั่นใจ