GATSBY Balm Plant based 🪮

1/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครเสิร์ชหา “Gatsby clay” แล้วลังเลว่าจะซื้อสูตรไหน หรืออยากรู้ว่าที่เวียดนามราคาประมาณเท่าไหร่ เราขอสรุปแบบอ่านจบแล้วเลือกได้เลยจากที่ไปเจอที่ร้าน Matsukiyo (สาขาใน Vincom Center Đồng Khởi) นะคะ วันนั้นบนชั้นมีหลายตัวมาก ทั้ง Gatsby Balm, Gatsby Balm Clay, Gatsby Balm Pomade รวมถึงไลน์ทรงผมอย่าง French Crop / Soften Quiff / Curtain Comma ด้วย เห็นป้ายราคาแล้วรู้สึกว่าคุ้ม เลยอยากมาป้ายยาแบบคนใช้จริง 1) Gatsby Clay เหมาะกับใคร? ถ้าชอบลุค “แมตต์” ผมดูเป็นธรรมชาติ ไม่มันเงา และอยากให้ผมอยู่ทรงแบบจับช่อได้ Clay จะตอบโจทย์สุด โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็ก-ผมตรงที่ต้องการวอลลุ่ม Clay จะช่วยพยุงโคนผมได้ดี แต่ถ้าผมแห้งมาก แนะนำให้ลงผลิตภัณฑ์บำรุงหรือไดร์ให้มีความชื้นนิด ๆ ก่อน ไม่งั้นอาจรู้สึกสากตอนปั้นทรง 2) Balm vs Clay vs Pomade เลือกยังไงดี? - Balm (Plant based): ฟีลจะนุ่ม ๆ ใช้ง่าย เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้ผมแข็งมาก ชอบลุคเซ็ตเบา ๆ หรือใช้เก็บไรผม - Balm Clay: ได้ความคุมทรง/แมตต์มากขึ้น เหมาะกับลุคที่ต้องการ texture ชัด ๆ (เช่นทรง French Crop) - Balm Pomade: จะให้ความเงา/เนี้ยบกว่า เหมาะกับทรงแสกหรือทรงที่ต้องการความเรียบกริบ แต่คนผมมันอาจต้องใช้ปริมาณน้อยหน่อย 3) วิธีใช้ Gatsby Clay ให้ไม่เป็นคราบและอยู่ทรงนาน ทริคของเราคือ “วอร์มให้ละลายก่อน” ตักนิดเดียวแล้วถูบนฝ่ามือจนเนื้อใส/เนียน จากนั้นค่อยลงทีละรอบ เริ่มจากด้านหลังแล้วไล่มาด้านหน้า จะคุมปริมาณได้ง่ายกว่า ถ้าอยากให้ผมพองเป็นทรง ลองไดร์ยกโคนก่อนแล้วค่อยปั้น จะอยู่ทรงทั้งวันแบบไม่ต้องใส่เยอะ 4) ซื้อที่เวียดนามคุ้มไหม? จากที่เห็นหน้าร้าน ตัวที่เราเจอราคาอยู่ราว ๆ 74,000 VND (ประมาณ 88 บาท) ถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับหลายที่ แนะนำให้ดูป้ายราคาแต่ละสูตรบนชั้นอีกที เพราะบางรุ่น/ขนาดอาจต่างกัน และถ้าเห็นโปรแพ็กคู่ก็ยิ่งคุ้ม ถ้าเป้าหมายคือ “ผมดูหนา เซ็ตง่าย ไม่มัน” ให้เริ่มที่ Gatsby Clay หรือ Gatsby Balm Clay ก่อนเลย ส่วนใครชอบลุคเนี้ยบ ๆ ก็ไปทาง Pomade ได้ค่ะ