Automatically translated.View original post

Sleeping in a private hospital is this good.

Review of Our First Touch

For anyone who is still hesitant

Personally, I initially decided not to continue with health insurance because I thought that I didn't see sick at all.

Finally, hold on. Try it on. Less than a month. Diarrhea.

Taken over ten rounds that day. Call, consult with the agent.

Go to the hospital, so the intestines are viral.

Healed and felt great while sick.

There's a good caregiver, a good bedroom, an unstressed illness.

Leaving the hospital gets another compensation 🥹. Importantly, there is no need for a person to watch, it does not feel fun at all. Have fun with the nurse. The doctor visits 2 times a day again. Not like work at all, but hurt his ass. Hahahahaha Because pushing salt water into the bathroom all day.

Twenty-five thousand baht. We did not lose a baht difference.

👇

Make up for two thousand a day. Four thousand.

Don't ask where the money went. 🐶

This week, the dog is sick. Take it to pay for all the dog medicine.

Only come to review the dog treatment cost 👀 more brutal than people say

💙

# Lemon 8 invites

5/14 Edited to

... Read moreการได้มีโอกาสนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนครั้งแรกนั้น ทำให้เข้าใจถึงความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลรัฐ เคยรู้สึกว่าการทำประกันสุขภาพอาจเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่ยังไม่ป่วยมาก่อน แต่เมื่อเกิดเหตุจำเป็นจริงๆ ไม่ถึงเดือนหลังจากต่อประกัน ระบบประกันช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ในโรงพยาบาลเอกชน ห้องพักที่ได้รับนั้นกว้างขวาง สะอาด และดูแลใส่ใจ เหมือนนอนพักผ่อนในโรงแรมคอมฟอร์ต มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น น้ำยาและฟองน้ำสำหรับล้างจานของใช้ในครัว และสลิปเปอร์สำหรับใส่เดินในห้องน้ำ ทำให้รู้สึกสะดวกและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เจ้าหน้าที่พยาบาลและแพทย์ที่ดูแลนั้นมีความใส่ใจถามไถ่อาการอย่างสม่ำเสมอ มาเยี่ยมวันละ 2 รอบ และมีการให้ยาตามเวลาเป๊ะๆ มีน้ำเกลือและน้ำแร่ไม่ขาดตลอดเวลา ทำให้ไม่รู้สึกเครียดหรือโดดเดี่ยว แม้จะไม่คุ้นเคยกับการไม่มีคนเฝ้า แต่พนักงานก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกอุ่นใจอย่างดี ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการรักษาครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท แต่โชคดีที่ประกันสุขภาพช่วยจ่ายส่วนนี้ ทำให้เราแทบไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนต่างเลย นอกจากนี้ ยังได้รับเงินชดเชยรายได้ในระหว่างนอนโรงพยาบาล ซึ่งทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ที่หายไปในช่วงพักฟื้น ประสบการณ์นี้ยังทำให้เห็นความสำคัญของการมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและเหมาะสมสำหรับชีวิตประจำวัน และอยากแนะนำให้ใครก็ตามที่กำลังลังเล ให้ลองพิจารณาต่อประกันสุขภาพ เพราะมันช่วยลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจเมื่อเจ็บป่วยได้มากกว่าที่คิด นอกจากนั้น เมื่อบ้านมีสัตว์เลี้ยงป่วย เช่น น้องหมา ก็สามารถนำเงินชดเชยรายได้ที่ได้มาใช้จ่ายค่ายาและรักษาสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย เป็นความช่วยเหลือเล็กๆ ที่มีความหมายมากสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง สุดท้ายนี้ ประสบการณ์ของเรายืนยันว่า แม้จะเจ็บป่วย แต่เมื่อได้ดูแลในโรงพยาบาลเอกชนที่มีการบริการครบครันและประกันสุขภาพช่วยคุ้มครอง มันทำให้การรักษาเป็นเรื่องที่สบายใจและไม่เครียดอย่างที่คิดเลย