วิตามินซีตัวนี้ใสจริง หรือแค่กระแส?

ตัวนี้ตาลซื้อมาลองเพราะเห็นคำว่า 63%

เลยอยากรู้ว่ามันจะต่างจากวิตามินซีทั่วไปยังไง 🍊

ตัวนี้ไม่ได้ใช้ L-ascorbic acid เข้ม ๆ แบบที่แสบผิว

แต่ใช้ Sea Buckthorn Fruit Water ถึง 63%

ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีธรรมชาติสูง

และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ฟีลตอนใช้คือ

เนื้อเซรั่มจะออกหนืดนิดนึง

ไม่เหลวแบบน้ำ

ทาเสร็จใหม่ ๆ

“ค่อนข้างเหนียว”

ต้องรอให้ซึมประมาณนึงก่อนลงตัวต่อไป

ถ้ารีบแต่งหน้าเลยอาจจะรู้สึกหนึบ ๆ

แต่พอเซตตัวแล้ว

ผิวจะดูโกลว์ใส ๆ

ไม่แสบ ไม่ยิบ ๆ แบบวิตซีบางตัว

ตาลใช้ตอนกลางคืนเป็นหลัก

เพราะกลางวันรู้สึกว่าถ้าเหงื่อออกจะเหนอะนิดนึง

เรื่องผลลัพธ์

ผิวดูใสขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ไม่ได้ขาวพรวด

แต่โทนผิวดูสม่ำเสมอขึ้น

คนผิวแพ้ง่ายน่าจะใช้ได้ง่ายกว่าวิตซีเข้มข้น

เพราะมันไม่แรงเท่าแบบ pure vitamin C

📍

✔ อ่อนโยนกว่า vitamin C เข้ม ๆ

✔ ผิวดูใสขึ้นแบบธรรมชาติ

✔ ไม่แสบ ไม่ระคายเคือง (สำหรับตาล)

✖ หลังทาค่อนข้างเหนียว

✖ ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบฟีลหนึบ ๆ

ให้ 8.5/10

หักเรื่องความเหนียว

แต่เรื่องความอ่อนโยนกับความใสถือว่าโอเคค่ะ 🤍

#ป้ายยากับlemon8 #Lemon8Box #lemon8boxchallenge #รีวิวบิวตี้แบบเรียลๆ #dralthea

2/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังเล็ง Dr.Althea Vitamin C Boosting Serum 30ml แล้วลังเลว่าจะ “ใสขึ้นจริงไหม” หรือเป็นแค่กระแส เรารวมทริคการใช้ + ข้อสังเกตที่ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นจากที่ลองใช้เองค่ะ (ตัวนี้เด่นตรง Hippophae Rhamnoides Water หรือ Sea Buckthorn Fruit Water 63%) วิธีใช้ให้เวิร์ก (โดยเฉพาะคนไม่ชอบความเหนอะ) - ปริมาณ: แนะนำเริ่มที่ 2–3 หยดก่อนพอค่ะ เพราะเนื้อเขาจะหนืดกว่าวิตซีแบบน้ำ ถ้าใส่เยอะจะหนึบชัดมาก - ลำดับการลง: หลังล้างหน้า/โทนเนอร์ ลงเซรั่มตัวนี้ก่อน แล้ว “รอซึม” สัก 1–3 นาที ค่อยตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยลดความรู้สึกเหนียวและทำให้ผิวดูโกลว์แบบพอดี - ใช้กลางคืนเป็นหลัก: ถ้าใช้ตอนเช้าแล้วต้องแต่งหน้า รีบ ๆ อาจทำให้รองพื้นเป็นคราบหรือรู้สึกหน้าหนึบได้ (โดยเฉพาะคนผิวผสม-มัน) จับคู่กับสกินแคร์อื่นยังไงไม่ให้แสบ/ระคาย - ถ้าผิวแพ้ง่าย: คืนที่ใช้วิตซี แนะนำเลี่ยงการใช้ AHA/BHA/เรตินอลในคืนเดียวกันก่อน เพื่อดูว่าผิวเราโอเคไหม แล้วค่อยสลับวัน - ถ้าจะทากันแดดตอนเช้า: ยังไงก็ต้องทากันแดดเสมอค่ะ เพราะกลุ่มวิตามินซี/สารต้านอนุมูลอิสระควรใช้คู่กับกันแดดเพื่อช่วยเรื่องผิวดูกระจ่างใสและลดโอกาสผิวหมองคล้ำจากแดด ผลลัพธ์ที่ควรคาดหวัง (ให้แฟร์กับผิว) - แนว “ใสขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป”: จากที่ใช้เองจะออกแนวผิวดูโกลว์ ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น มากกว่าขาวไวแบบเห็นชัดในไม่กี่วัน - จุดด่างดำ/รอยสิว: ส่วนใหญ่ต้องใช้ต่อเนื่องประมาณ 3–6 สัปดาห์ขึ้นไป (แล้วแต่รอยเดิมและการกันแดด) ถึงจะเริ่มเห็นว่ารอยดูจางลง เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร - เหมาะ: คนที่อยากได้เซรั่มวิตซีที่อ่อนโยนกว่า L-ascorbic acid เข้ม ๆ และอยากเน้นผิวดูสว่างใสแบบธรรมชาติ + ผิวแพ้ง่ายที่กลัวแสบยิบ ๆ - อาจไม่เหมาะ: คนที่ไม่ชอบฟีลหนึบ หรือผิวมันมาก ๆ ที่ต้องทาตอนเช้าแล้วแต่งหน้าทันที ทริคเล็ก ๆ ถ้ารู้สึกเหนียวเกินไป - ลองทาบางลงหรือผสมกับมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเจล (ผสมที่ฝ่ามือแล้วทา) จะช่วยให้เกลี่ยง่ายและลดความหนึบได้ - หรือใช้เฉพาะคืนที่อยู่ห้องแอร์/ไม่ได้ออกไปเจออากาศร้อน ก็จะสบายผิวขึ้นค่ะ โดยรวมถ้าถามว่า Dr.Althea Vitamin C Boosting Serum 30ml ใสขึ้นจริงไหม — สำหรับเรา “ใสขึ้นแบบค่อย ๆ เห็น” และเด่นตรงอ่อนโยน ไม่แสบ แต่ต้องยอมรับเรื่องความหนึบหลังทา และต้องให้เวลาซึมก่อนลงสกินแคร์ตัวถัดไปค่ะ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Jitraphann
Jitraphannผู้สร้าง

📍พิกัดอยู่ในลิงก์หน้าโปรไฟล์นะคะ