Automatically translated.View original post

"We all yearn for life, and the meaning is so vague."

"Because in the end, we are all subject to the conditions of time, we can't do anything about it, can't reverse it, or skip it to the future, so the last thing we can do is let it go."

- - -; Forestalgia, sound waves across time. 💿🎼

# Sound waves across time # Good books tell # BookReview

5/16 Edited to

... Read moreการได้อ่านบทความที่พูดถึงความไม่แน่นอนและความคลุมเครือของความหมายในชีวิต ทำให้ผมนึกถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยพยายามควบคุมทุกสิ่งในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรในชีวิตที่เราควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ เวลายังเดินไปข้างหน้าไม่หยุดนิ่ง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการยอมรับและปล่อยให้ตัวเองเดินไปตามเส้นทางของชีวิตอย่างมีสติ ผมชอบประโยคที่ว่า "เพราะสุดท้ายแล้วเราทุกคนต่างก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลา เราทำอะไรกับมันไม่ได้ ไม่สามารถคืนย้อนกลับ หรือข้ามผ่านไปยังอนาคต" ซึ่งทำให้ระลึกได้ว่าไม่มีใครหนีพ้นกฎเกณฑ์ของเวลา ทุกช่วงเวลาที่ผ่านไปมีคุณค่าและเป็นบทเรียน แม้จะเจ็บปวดหรือสับสนก็ตาม นอกจากนี้คำพูดจาก OCR เช่น "บาดแผลจากวัยเยาว์ยากจะสมาน" และ "ทั้งที่รู้ดีว่าหากยังฉุดรั้งอดีตไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง" ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปล่อยวางความเจ็บปวดในอดีต เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าได้จริงๆ และไม่ถูกพันธนาการโดยความทรงจำที่เจ็บปวด ผมพบว่าดนตรีหรือเสียงเพลงที่เรียกว่า "Forestalgia คลื่นเสียงข้ามเวลา" ก็เป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาจิตใจได้ดี การเปิดฟังเพลงในช่วงเวลาที่รู้สึกสับสนหรือวุ่นวาย ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งและมีพลังในการรับมือกับสิ่งต่างๆในชีวิต สรุปแล้ว การโหยหาชีวิตไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราควรเข้าใจว่าความหมายของชีวิตนั้นไม่ตายตัวและไม่จำเป็นต้องเร่งค้นหาอย่างรีบร้อน เพราะบางครั้งการปล่อยให้เวลาพาเราเดินไปเอง ก็เป็นการให้โอกาสตัวเองได้เติบโตและค้นพบตัวตนในแบบที่แท้จริงอย่างช้าๆและลึกซึ้ง