ปี 2025 น่าจะเป็นปีนึงที่บัตรเครดิตหลายๆเจ้าปรับลด/เปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ กันเยอะมากๆ ทำให้บัตรบางใบแทบจะไม่คุ้มเลยที่จะถือไว้ต่อ หรือถือต่อไปก็มีแต่จะเสียประโยชน์
ส่วนตัวตอนนี้มีบัตร 3ใบ ที่ปีหน้า จะปิดการใช้งานแน่ๆแต่ว่าด้วยเหตุผลต่างกันออกไป
1.UOB Lazada เป็นบัตร Co-brand ที่น่าจะประโยชน์น้อยสุดๆแต่แรกอยู่แล้ว #บัตรเครดิตuob
-แต้มเอาไปแลกเป็นอะไรก็ไม่ค่อยคุ้ม
-ราคาสินค้าในแพลตฟอร์มเองก็ไม่ได้ถูกกว่าหลายๆแพลตฟอร์ม และส่วนตัวก็มองว่าแอพใช้งานยากไม่เป็นมิตรสุดๆ
ก่อนหน้าที่ถือใบนี้เพราะว่ามีตั๋วหนัง SF ฟรีให้ทุกเดือน ล่าสุด 2026นี้ ทางธนาคารยกเลิกสิทธิประโยชน์นี้ออกไป ประกอบกับใกล้ครบรอบปีการใช้บัตร ดังนั้นน่าจะชิงปิดบัตรก่อนค่าธรรมเนียมจะมา (ใช้ยอดไม่ถึงเกณฑ์ยกเว้นค่าธรรมเนียม)
2.ÆON Unionpay platinum
หรือที่รู้จักกันในชื่อบัตรปลาบู่ทอง จริงๆใบนี้เคยเป็นบัตรที่ติดบัคมากๆบัตรนึงเลย ด้วยฐานเงินเดือน 15,000 แต่สามารถเข้า Miracle lounge ได้ฟรี 2 สิทธิ์ต่อปี ไม่มีเงื่อนไข และไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้บัตร
แต่ปีหน้า 2026 ทั้งเลานจ์และยกเว้นค่าธรรมเนียมต้องทำยอดสะสมแล้ว เลยคิดว่าไม่น่าจะได้ไปต่อกับบัตรใ บนี้ ถ้าไม่ได้มีแพลนเที่ยวเมืองจีน เรียกเก็บค่าธรรมเนียมมาก็ปิดบัตรหนีทันที5555
3.ttb Disney #บัตรttb
จริงๆบัตรนี้ถ้าใครสมัครผ่านแล้วอยากให้เก็บเอาไว้เพราะสมัครยากเหลือเกิน แต่ล่าสุดธนาคารมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้คะแนน ตัดออกไปอีกหลายอย่างที่จะไม่ให้คะแนน(โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า) บวกกับแต่เดิม เงื่อนไขการให้คะแนนและความคุ้มค่าของคะแนนบัตรนี้ไม่ได้สู้บัตรอื่นได้อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าอยากถือบัตรเครือนี้ไปถือใบที่ฟรีค่าธรรมเนียมแบบไม่มีเงื่อนไขจะดีกว่า
#บัตรเครดิต #ยกเลิกบัตรเครดิต #สิทธิประโยชน์
ช่วงนี้เวลาเห็นคนค้นหา “บัตรเครดิต UOB 2026” หรือ “โปรโมชันบัตรเครดิต UOB” ผมรู้สึกเข้าใจมาก เพราะหลายธนาคารเริ่มปรับ T&C / Benefits กันถี่จริงๆ จนบางใบถือไว้เฉยๆ กลายเป็นเสี่ยงโดน card fee มากกว่าจะได้ประโยชน์
จากประสบการณ์ของผมกับ UOB (โดยเฉพาะ UOB Lazada) สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะไม่ไปต่อในปี 2026 คือ “สิทธิ์หลักที่เราใช้จริง” ถูกตัดออก แล้วแต้ม/ส่วนลดที่เหลือไม่ได้ตอบโจทย์เท่าเดิม ดังนั้นก่อนจะรอให้ถึงรอบตัดค่าธรรมเนียม ผมแนะนำให้เช็ก 5 อย่างนี้ก่อนเลย
1) เช็กประกาศปรับสิทธิ์ปี 2026 ให้ละเอียด
ดูหัวข้อที่ชอบซ่อนอยู่ในคำว่า เงื่อนไข / T&C เช่น หมวดที่ “ไม่ให้คะแนน” เพิ่มขึ้นไหม, ต้องทำยอดขั้นต่ำเพื่อคงสิทธิ์หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือเปล่า และสิทธิ์ที่เคยได้ (เช่น ตั๋วหนัง/ส่วนลดรายเดือน) ยังอยู่ไหม
2) ประเมิน “แต้ม” แบบคิดเป็นเงิน
หลายคนมีแต้มแต่ไม่เคยแปลงเป็นมูลค่าจริง ลองคำนวณคร่าวๆ ว่าใช้จ่ายเดือนหนึ่งได้แต้มเท่าไร แลกเป็นเงินคืน/ส่วนลดได้กี่บาท ถ้าได้ไม่ถึงค่าธรรมเนียมรายปี (หรือได้พอๆ กันแต่ต้องทำเงื่อนไขเยอะ) ผมว่าความคุ้มเริ่มไม่ชัด
3) เช็กโปรโมชันบัตรเครดิต UOB ที่คุณใช้จริง ไม่ใช่แค่ “มี”
โปรฯ บางอันดูดี แต่จำกัดวัน/ร้าน/ขั้นต่ำสูง หรือใช้ร่วมกับโค้ดไม่ได้ ถ้าสไตล์ช้อปไม่ตรง ก็เท่ากับไม่ได้ช่วยประหยัด ผมเลยชอบทำลิสต์ร้านที่ใช้ประจำ (ซูเปอร์, น้ำมัน, อาหาร, ออนไลน์) แล้วดูว่าบัตรให้ส่วนลดตรงนั้นจริงไหม
4) ถ้าจะปิดบัตร ให้จัดการยอดค้าง/แต้ม/ผ่อนให้จบก่อน
ของที่ต้องระวังคือรายการผ่อน 0% ที่ยังไม่ครบงวด, รายการที่ยังรอปรับยอด (pending), และแต้ม/สิทธิ์ที่อาจหายทันทีเมื่อยกเลิกบัตร ผมจะรอให้รอบบิลเคลียร์ แล้วค่อยโทรปิด เพื่อไม่ให้มีค่าใช้จ่ายตกค้าง
5) วางแผน “บัตรทดแทน” ไว้ก่อน
ถ้าคุณยังอยากอยู่กับเครือ UOB จริงๆ ลองมองหาบัตรที่ “ฟรีค่าธรรมเนียมแบบเงื่อนไขไม่จุกจิก” หรือให้สิทธิ์ที่ตรงกับพฤติกรรม (เช่น กิน/เดินทาง/ออนไลน์) จะดีกว่าถือบัตร co-brand ที่สิทธิ์หลักหายไปแล้ว
สรุปแบบตรงๆ ของผม: ปี 2026 ถ้าบัตรไหน Benefits ลด แต่เงื่อนไขเพิ่ม โอกาสที่เราจะ “เสียมากกว่าได้” สูงมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ทำยอดถึงเกณฑ์ยกเว้นค่าธรรมเนียม แนะนำให้รีบเช็กก่อนถึงรอบเรียกเก็บ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ครับ
First Choice ไปต่ออ🤣