Skincare routine With Biohealbohth
ถ้าใครกำลังหา “probioderm 3d lifting cream รีวิว” แบบใช้จริง เราลองทำเป็น Day & Night routine ตามชื่อไลน์เลย (Biohealbohth) แล้วสรุปความรู้สึกให้แบบอ่านง่าย ๆ ค่ะ 1) เนื้อครีม & ฟินิชบนผิว ตัวนี้เป็นครีมยกกระชับที่เนื้อค่อนข้างแน่น แต่เกลี่ยได้ ไม่ได้หนักแบบแว็กซ์ พอลงบนผิวจะให้ความชุ่มชื้นและรู้สึกผิวดูอิ่มขึ้นทันที ฟินิชจะออกกึ่ง ๆ ฉ่ำแต่ไม่มันเยิ้ม (ขึ้นอยู่กับสกินไทป์) ใครผิวมันมาก ๆ แนะนำให้ใช้ปริมาณน้อย แล้วค่อยเพิ่มเฉพาะจุดที่อยากเน้นเรื่องความเฟิร์ม เช่น ร่องแก้ม กรอบหน้า 2) วิธีใช้ตอนเช้า (Day routine) เช้าหลังล้างหน้าเราใช้โทนเนอร์/เอสเซนส์ก่อน แล้วตามด้วย Probioderm 3D Lifting Cream ปริมาณประมาณเมล็ดถั่วเขียว-เมล็ดถั่วลันเตา เน้นกดและลากขึ้น (ยกขึ้นตามแนวกรอบหน้า) จุดที่เราชอบคือทาแล้วแต่งหน้าทับได้ ถ้ารอให้เซ็ตตัวสัก 3–5 นาที จะช่วยให้รองพื้นไม่เป็นคราบง่าย โดยเฉพาะบริเวณแก้มและร่องข้างจมูก 3) วิธีใช้ก่อนนอน (Night routine) กลางคืนเราจะลงหนากว่าเล็กน้อย และใช้วิธีนวดหน้าเบา ๆ ให้ครีมช่วย “ล็อกความชุ่มชื้น” มากขึ้น โฟกัสที่แนวกราม คาง และร่องแก้ม ถ้าวันไหนผิวแห้งหรืออยู่ห้องแอร์ทั้งวัน เราจะทาซ้ำบาง ๆ เฉพาะแก้ม รู้สึกตื่นมาผิวไม่แห้งตึงและดูฟูขึ้น 4) เรื่องความยกกระชับ/เฟิร์ม เห็นผลแค่ไหน? จากที่ใช้ต่อเนื่อง สิ่งที่รู้สึกได้ไวคือผิวดูอิ่มฟูและแต่งหน้าเนียนขึ้น ส่วนความ “เฟิร์ม” ต้องให้เวลาและต้องใช้สม่ำเสมอ (เราเน้นทุกเช้า-ก่อนนอน) ถ้าโฟกัสเรื่องกรอบหน้า แนะนำให้ใช้คู่กับการนวดแบบยกขึ้น จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดกว่าใช้ทาเฉย ๆ 5) เหมาะกับใคร + ทริคเลี่ยงเหนอะ - ผิวธรรมดา/ผิวแห้ง: น่าจะชอบเรื่องความชุ่มชื้นและผิวดูแน่น - ผิวผสม/ผิวมัน: ใช้น้อย ๆ และหลีกเลี่ยงลงหนาที่ทีโซน ทริคของเราคือแบ่งทาเป็น “บาง 2 รอบ” แทนการโปะหนารอบเดียว จะซึมง่ายและไม่รู้สึกหนักผิว โดยรวมถ้าใครอยากได้ครีมที่ใช้ได้ทั้ง Day & Night และเน้นผิวดูอิ่มแน่นแบบงานผิว ลองดู Probioderm 3D Lifting Cream ของ Biohealbohth เป็นอีกตัวเลือกได้เลยค่ะ



















































