ขอบคุณผู้บริหาร AIA แทนพี่น้องผู้ประสบภัยนะคะ🥹♥️

หมายเหตุ :

✅ เฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสามารถ

ตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

✅ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประเบี้ยประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

✅ สำหรับกรมธรรม์สินผลบังคับ หากผู้เอาประกันภัยขอขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่ลถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย

✅ กรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ จะไม่ได้รับสิทธิขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย ตามข้อ 1.

2025/11/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่ได้รับผลกระทบช่วงน้ำท่วมจะกังวลเรื่อง “ต้องจ่ายเบี้ย/เงินกู้กรมธรรม์ AIA ยังไง” และบางคนก็ถามเรื่อง “ค่าตกใจกรณีเลิกจ้าง” ด้วย เราสรุปแนวทางแบบที่เราใช้เช็กข้อมูลและเตรียมเอกสารไว้ให้ เผื่อช่วยให้จัดการได้เร็วขึ้นนะคะ 1) วิธีชำระเงินกู้กรมธรรม์ AIA (เช็กยอดและเลือกช่องทางให้เหมาะ) - เริ่มจากเช็กก่อนว่า “เงินกู้กรมธรรม์” ที่หมายถึงคือแบบไหน: กู้เงินตามมูลค่าเวนคืน, หรือเป็นกรณีมีดอกเบี้ยจากการกู้/การกู้จ่ายอัตโนมัติ (APL) บางคนเข้าใจว่าเป็นเบี้ยค้าง แต่จริง ๆ เป็นคนละส่วนกัน - วิธีที่เราแนะนำคือโทร/แชตหา AIA เพื่อขอ “ยอดปิด/ยอดชำระล่าสุด” เพราะดอกเบี้ยจะเปลี่ยนตามวัน และจะได้ไม่โอนผิดยอด - จากนั้นค่อยเลือกช่องทางชำระ (โดยทั่วไปทำได้ผ่านช่องทางที่บริษัทแจ้ง เช่น แอป/ออนไลน์/เคาน์เตอร์/ธนาคารคู่สัญญา) จุดสำคัญคือให้เก็บสลิป และระบุเลขที่กรมธรรม์ให้ถูกต้องทุกครั้ง ทริคที่ช่วยลดความพลาดตอนจ่าย - ถ้าพื้นที่ได้รับมาตรการช่วยเหลือ เช่น ขยายเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย 91 วัน หรือ “ยกเว้นดอกเบี้ยกรมธรรม์กู้จ่ายอัตโนมัติ” ให้ถามย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าเคสเราเข้าเงื่อนไขไหม (จังหวัด/ช่วงวันครบกำหนดชำระ) เพราะสิทธิจะต่างกันตามประเภทกรมธรรม์ และบางแบบอย่าง “ยูนิต ลิงค์” อาจไม่ได้รับสิทธิขยายเวลาผ่อนผัน - ถ้ากรมธรรม์เอกสารหายจากเหตุภัยพิบัติ ให้สอบถามเรื่อง “ยกเว้นค่าธรรมเนียมออกกรมธรรม์กรณีสูญหาย” จะช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ 2) ถ้ากังวลเรื่อง “เบี้ยครบกำหนด” แต่เงินตึงมาก ควรทำยังไง จากที่เราอ่านรายละเอียด มาตรการจะช่วยเรื่อง “การผ่อนผัน” และ “ค่าธรรมเนียม/ดอกเบี้ยบางส่วน” ดังนั้นให้ทำ 3 อย่างนี้คู่กัน - เช็กวันครบกำหนดชำระเบี้ยของตัวเองว่าอยู่ในช่วงที่ประกาศช่วยเหลือหรือไม่ - ถามเจ้าหน้าที่ว่ามีทางเลือกอะไรได้บ้าง เช่น ขอผ่อนผัน/ต่ออายุ/ขอกลับคืนสถานะเดิมภายในเวลาที่กำหนด (บางกรมธรรม์ทำได้ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนด) - วางแผนชำระแบบแบ่งก้อน: ถ้าต้องจ่ายทั้งเบี้ยและดอกเบี้ยเงินกู้ ให้เคลียร์ส่วนที่กระทบสถานะกรมธรรม์ก่อน 3) “จ่ายค่าตกใจ กรณีเลิกจ้าง” ต้องดูอะไรบ้าง คำนี้หลายคนใช้เรียก “เงินชดเชย/ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง” มากกว่า (ไม่ใช่ทุกกรณีจะได้ และไม่ใช่ประกันทุกแบบจะคุ้มครอง) เราแนะนำให้ดู 2 ส่วน - ถ้าเป็นสิทธิจากนายจ้าง: ดูอายุงาน สัญญาจ้าง เหตุเลิกจ้าง (เลิกจ้างไม่เป็นธรรม/เลิกจ้างเพราะผิดวินัย จะมีผลต่อการได้รับค่าชดเชย) - ถ้าเป็นสิทธิจากประกัน: ให้เช็กสัญญาเพิ่มเติม/เงื่อนไขคุ้มครองของกรมธรรม์ว่า “คุ้มครองกรณีตกงาน/เลิกจ้าง” จริงไหม ต้องใช้เอกสารอะไร เช่น หนังสือเลิกจ้าง สำเนาบัตรประชาชน สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน เป็นต้น สุดท้าย ถ้าอยู่ในจังหวัดที่ประกาศภัยพิบัติ แนะนำให้แคปหน้าประกาศมาตรการ/เก็บหลักฐานความเสียหายไว้ด้วย เวลาแจ้งขอสิทธิหรือขอผ่อนผันจะคุยกับเจ้าหน้าที่ง่ายขึ้นมากค่ะ