วิธีหลุดพ้น เงินเดือนชดเดือน!!

วิธีหลุดพ้นจากเงินชนเดือน

1. เราเริ่มจากเคลียร์พวกรายการผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนช้อปปี้ก่อนเลยค่ะ ตรงนี้เราโฟกัสเป็นอันดับแรก ปัจจุบันเคลียร์ไปได้กว่า 90% แต่ยังมีอยู่นิด ๆ นะคะ คือเหลือผ่อนประกัน กับค่าเรียนเสริม

2. เราจดรายรับรายจ่ายทุกวัน ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่าเงินออกกับอะไรเยอะสุด แล้ววิเคราะห์ว่าสรุปเราใช้เงินกินต่อเดือนเท่าไหร่ ซื้อของเท่าไหร่ จิปาถะเท่าไหร่

3. เราลดความฟุ่มเฟือยลงแบบชัดเจน แต่ก่อนช้อปปิ้งเยอะมากค่ะ ปัจจุบันซื้อแต่ของที่จำเป็น และมีช้อปปิ้งบ้าง ช่วงที่หักดิบเคลียร์บัตรเครดิตคือไม่ช้อปปิ้งเลยค่ะ

4. เราหางานเสริมเพิ่มค่ะ เราทำงานแบบเกือบ 30 วันเลย มีหยุดบ้างคือ 1–2 วันเอง อันนี้ช่วยได้มาก ๆ

5. ถึงแม้ว่าหาเงินได้เยอะขึ้นแบบมาก ๆ แต่เราก็จ่ายเงินเดือนตัวเองแค่เดือนละ 12,000 โดยประมาณ ไม่รวม fixed cost นะคะ 12,000 คือค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าซื้อของเข้าบ้าน ค่ายา ค่าฉุกเฉิน ค่าช้อปปิ้ง (จริง ๆ เราแบ่งเป็นหมวดหมู่ละเอียดมาก ๆ เราแบ่งใน Make นะคะ)

6. เมื่อใช้บัตรเครดิต แยกจ่ายไว้เสมอ ฝึกให้เป็นนิสัยเลย ใช้บัตรเครดิตเพื่อรับพอยต์นั้นดีค่ะ ถ้าเราจ่ายเต็ม หรือจ่ายแบบไม่ผ่อนนะคะ

7. ทุกวันนี้เราหาเงินได้เพิ่มขึ้น แต่ใช้น้อยลงมาก ๆ เลยทำให้มีเงินเหลือเก็บค่ะ ทุกอย่างนี้เราเพิ่งเริ่มเมื่อเดือนสิงหาคม ตอนสิงหาเงินในบัญชีเหลือ 1 หมื่นสุดท้ายกับทองที่ขายไปจ่ายค่าใช้จ่าย ตอนนี้สิ้นเดือนธันวาคมนี้ก็จะกลับมามีเงินเก็บ 6 หลักอีกครั้ง (เราหมดเงินไปกับทำธุรกิจ จมสต๊อกของ ค่ายิงแอด และค่าฟุ่มเฟือยเป็นส่วนใหญ่ค่ะ)

ทุกคนลองหาให้เจอว่าเราใช้เงินเก่งตรงไหน ก็ลดตรงนั้น ตัดใจนิดนึง สองเดือนแรกทรมาน ผ่านไปเริ่มปลง

หรือใครที่ลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังไม่พอ ต้องพิจารณาหางานเสริมค่ะ ของเราถ้าไม่มีงานเสริมก็ไม่สามารถฟื้นตัวได้เลย (ตอนนี้เรา work ไร้บาลานซ์ สุดๆ 555 แต่ก็ไม่ทุกข์เท่ากับตอนไม่มีเงินค่ะ)

#การเงิน #วางแผนการเงิน #บัตรเครดิต #makebykbank

2025/12/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “my horo” แล้วมาเจอโพสต์นี้ อาจจะกำลังรู้สึกว่าเงินมันติด ๆ ขัด ๆ เหมือนดวงการเงินไม่เปิด แต่จากที่เราลองทำจริง ๆ สิ่งที่ช่วยให้หลุดจากเงินเดือนชนเดือนมันไม่ใช่แค่ “เช็กดวง” อย่างเดียวค่ะ มันคือการ “เห็นตัวเลข” ให้ชัด แล้วทำระบบที่ทำซ้ำได้ทุกเดือน (เหมือนเราทำใน Make / e-banking) สิ่งที่เราเพิ่มจากที่ทำอยู่แล้ว คือ “ตั้งเป้าแบบวัดผลได้” 3 ก้อนนี้: 1) เงินฉุกเฉินต้องมาก่อน: ถ้าใครยังไม่มี ให้เริ่มที่ 10,000 บาทก่อนเลย แล้วค่อยไต่ไป 1–3 เดือนของค่าใช้จ่าย (เช่น ค่ากิน+เดินทาง+ของเข้าบ้าน+ค่ายา) วิธีที่เราทำคือ ตั้งบัญชีแยกเป็น Emerge แล้วโอนอัตโนมัติทันทีหลังเงินเข้า 2) ก้อนจม/ก้อนที่ต้องจ่ายแน่ ๆ (Sinking fund): พวกของขวัญ ปีใหม่/วันเกิด, ค่าซ่อมรถ/ค่าน้ำมัน, ค่ารักษา, ค่าเที่ยวเล็ก ๆ เราจะแบ่งเป็นหมวดไว้เลย เช่น Gas, Eat out, Med, HH items, Fun life พอถึงเวลาจ่ายจะไม่กระแทกเงินก้อนเดียว 3) ก้อนหนี้: ถ้ามีบัตรเครดิตหรือผ่อน ให้ทำ “ลิสต์หนี้” แยกตามเจ้า (เช่น KBank/SCB/JCB/Shopee pay ฯลฯ) แล้วเลือกวิธีโปะ 1 วิธีให้ชัด— - Snowball: โปะหนี้ก้อนเล็กสุดก่อนเพื่อได้กำลังใจ - Avalanche: โปะดอกสูงสุดก่อนเพื่อประหยัดดอก ส่วนตัวเราเน้นเคลียร์บัตร/ผ่อนที่ทำให้เงินตึงทุกเดือนก่อน เพราะมันทำให้มี “ช่องว่างหายใจ” เร็วที่สุด อีกอย่างที่ช่วยมากคือ “สแกนใบเสร็จ/จดทุกวัน” (เหมือนที่เราเน้นไว้ในรูป) เพราะบางทีเราคิดว่าไม่ได้ใช้เยอะ แต่พอรวมหมวด Eat out, ของจิปาถะ, ช้อปเล็ก ๆ จะกลายเป็นก้อนใหญ่ แนะนำทริคง่าย ๆ: ให้เลือก 1 หมวดที่รั่วที่สุดแล้วตั้งกติกา เช่น Eat out จำกัดต่อสัปดาห์ หรือช้อปปิ้งให้รอ 7 วันก่อนกดจ่าย ถ้าคุณเป็นสายดูดวง (my horo) เราว่ามันใช้เป็น “แรงเริ่มต้น” ได้ค่ะ เช่น วันนี้เป็นฤกษ์ดีเริ่มเก็บเงิน/เริ่มล้างหนี้ แต่หลังจากนั้นให้ระบบเป็นคนพาเราไปต่อ: แบ่งเงินเป็นหมวด, โอนอัตโนมัติ, จดรายรับรายจ่าย, และปิดหนี้ทีละก้อน ทำไป 2–3 เดือนจะเริ่มเห็นความต่างแบบชัดมาก

9 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Chatchai Ubontham
Chatchai Ubontham

👍👍👍

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ natchaa💋
natchaa💋

เงินฉุกเฉินเก็บประมาณเท่าไหร่คะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม