📌สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (ฉบับการเงิน)
📌 สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (ฉบับการเงินของเราเอง)
ปีนี้เป็นปีที่มุมมองเรื่องเงินเปลี่ยนไปเยอะมาก เลยอยากสรุป “สิ่งที่ทำแล้วเวิร์ก และจะพาไปต่อในปี 2026” เผื่อเป็นไอเดียให้ใครที่กำลังจัดการเงินเหมือนกันค่ะ
1️⃣ ออมก่อนใช้เสมอ
เราจะ “ให้เงินเดือนตัวเอง” แค่เดือนละ 25,000 บาท ใช้กับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ากิน ค่าจิปาถะ ค่าเดินทาง ค่าประกั น
ทั้งที่รายได้จริงเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000–60,000 บาท/เดือน (ไม่แน่นอน เพราะเป็นฟรีแลนซ์ )
เหตุผลคือรายได้ไม่สม่ำเสมอ = ความเสี่ยงสูง
เลยเลือกฟิกเงินใช้ให้ชัด ที่เหลือคือ “เก็บก่อน” สบายใจกว่าเยอะมาก
2️⃣ เริ่มลงทุนแบบ DCA
ข้อดีของ DCA คือไม่ต้องเครียดว่าตลาดเขียวหรือแดง
สนแค่วินัยเท่านั้น
แน่นอนว่าคนที่เก่งจริง ๆ เขาก็จะมีจังหวะเก็บราคาดี ๆ เพิ่ม
แต่สำหรับเรา เริ่มจาก “ไม่สนตลาด ทำตามวินัยให้ได้ก่อน” สำคัญที่สุด (เพิ่งเริ่มเลยนะ🤣)
3️⃣ เลิกใช้เงินเกินตัวแบบจริงจัง
เมื่อก่อนอยากได้อะไรก็รูดบัตรอย่างเดียว
ตอนนี้พอเหลือเงินใช้แค่เดือนละ 25,000 เราจะคิดทุกบาทมากขึ้น
ซื้อเฉพาะของที่ ชอบจริง / จำเป็นจริง
ไม่ซื้อเพราะกระแส หรือเพราะเห็นคนอื่นมีแล้วอยากมี
4️⃣ ทำรายรับ–รายจ่าย ทุกวัน (ยังไปต่อ)
ข้อนี้ยังคงอยู่ยาว
เราใช้แอป MoneyPod เพราะใช้ง่าย และสรุปทรัพย์สินรวมให้ดูด้วย
ทำทุกวันจนเป็นนิสัย เงินไหลเข้าออกชัดมาก
5️⃣ เป้าหมายเงินฉุกเฉิน 12 เดือนก่อน
จริง ๆ อยากมี 24 เดือนเลย แต่เอาแบบไม่กดดันตัวเอง
ตั้งเป้าให้ครบ 12 เดือนก่อน
พอครบแล้วจะค่อย ๆ เก็บต่อไปถึง 24 เดือน
แล้วโฟกัสเอาเงินใหม่ไปลงทุนมากขึ้น
6️⃣ เอาเงินฉุกเฉินไปพักในที่ที่ดอกสูง
เราเอาเงินฉุกเฉินไปไว้ใน Kept / Dime หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง
ส่วนตัวใช้ Kept เพราะเขาจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน (ทุกวันที่ 28)
ตอนนี้ดอกเบี้ยที่ได้เล่น ๆ อยู่ประมาณ 150 บาท/เดือน
เดือนหน้าน่าจะขยับไปประมาณ 180 บาท
เล็ก ๆ แต่รู้สึกดีมาก เพราะเงินงอกโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย
⸻
ลองหยิบไปปรับใช้ดูได้นะคะ 💛
ในประสบการณ์ส่วนตัวกับการจัดการเงินสำหรับปี 2026 ผมพบว่าแนวทางที่มีวินัยชัดเจนตั้งแต่ต้น เช่น การออมเงินก่อนใช้จริง และการจำกัดงบรายเดือนให้เหมาะสม ช่วยให้ผ่อนคลายเรื่องความกังวลจากรายได้ที่ไม่แน่นอนได้มาก จริงๆ แล้วถ้าเรากำหนดใช้เงินอย่างชัดเจนและให้อยู่ในขอบเขต เช่นเดียวกับการใช้วิธีออมเงินแบบ "หยิบเงินเดือนตัวเอง" อย่างในกรณีนี้ที่กำหนดไว้ที่ 25,000 บาท จะช่วยลดแรงกดดันในจิตใจได้เยอะมาก การเริ่มลงทุนแบบ DCA หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน เหมาะมากกับผู้ที่ยังไม่มั่นใจตลาดและอยากลดความเครียดจากราคาหุ้นที่ผันผวน ผมเองก็เคยเริ่มจากวินัยนี้เหมือนกัน เห็นผลระยะยาวและยังคงสร้างกองทุนให้มั่นคงอยู่เสมอ โดยไม่ต้องสนใจตลาดขึ้นหรือลงเกินไป อีกเรื่องหนึ่งที่อยากแนะนำคือการเก็บเงินฉุกเฉินให้อย่างน้อย 12 เดือนตามเป้าหมาย เพราะเมื่อเราเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เงินฉุกเฉินนี้จะช่วยให้เราผ่านพ้นไปได้โดยไม่ต้องเครียดกับการเงินมากเกินไป การนำเงินฉุกเฉินไปฝากไว้กับแอปหรือแพลตฟอร์มที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงแบบ Kept หรือ Dime ก็เป็นวิธีที่ดี อีกทั้งการรู้ว่ามีเงินงอกเงยขึ้นทุกเดือนแม้จะไม่มากก็สร้างความสุขทางใจได้มากทีเดียว นอกจากนี้การจดบันทึกรายรับรายจ่ายทุกวันคือกุญแจสำคัญทำให้รู้ว่าเงินเราหายไปไหนและช่วยตัดสินใจเรื่องค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น จริงๆ แอปอย่าง MoneyPod ที่ใช้ง่ายและสรุปทรัพย์สินรวมให้เห็นชัดเจนก็ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ได้ดีมาก สุดท้ายนี้ ขอแนะนำว่าให้เลือกใช้จ่ายเงินกับสิ่งที่จำเป็นและชอบจริงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เงินเกินตัว เพราะในยุคนี้กระแสการใช้จ่ายตามคนอื่นอาจทำให้เราหมดเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ การมีวินัยเรื่องเงินและแผนการเงินที่ชัดเจนไม่เพียงแต่ช่วยให้มีเงินเก็บ แต่ยังช่วยให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย
