Automatically translated.View original post

Stop forcing! Let's run the Body Battery. 🔋🪫

Have you ever been? Sitting and staring at the computer, but the brain doesn't sail anymore. 😵‍💫

In the past, A would forcibly eat coffee and go ahead...But the result is "work + broken draft."

A changed the method to use the "Smart Lazy System," administered by the body battery in the watch.

📊 The Iron Law of A:

✅ Battery > 70%: Overflowing Power - > Deep Work, Thought Work 🧠

⚠️ Battery < 40%: Start fatigue - > Clear email, simple paperwork

⛔ Battery < 30%: (as in the photo) - > "Shutdown now!" 🛑

Because of the body Data, it clearly sued for "accumulated stress" and "exhausted energy."

Continue to force = 0 efficiency. You have to solve the job later.

💡 Mindset to leave:

Always remember that..."Body" is the most important employee in our business. 👤💼

Take good care of him, charge the battery fully, and the income (and good work) will follow. 💸✨

Thursday like this, how many batteries are left?

If it is below 30% then..Allow yourself to turn off the computer. Sleep! 😴🛌

PS.: A Use Garmin If your friends use a different camp watch, check Energy Score or Readiness instead.

Same meaning! Who uses the Apple Watch? Tell me what value to look at? 👇

# worksmart # productivity # Smart lazy # Working life

1/22 Edited to

... Read moreในชีวิตของคนทำงานสมัยใหม่ที่ต้องเผชิญกับงานท้าทายและเวลาจำกัด การดูแลระดับพลังงานส่วนตัวอย่างใกล้ชิดกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น ฉันก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยสูญเสียประสิทธิภาพ เพราะนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ถึงแม้ร่างกายจะส่งสัญญาณว่าพลังงานลดลง แต่ก็ยังพยายามฝืนทำให้เสร็จ งานหนักและโฟกัสไม่ได้ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก การเลือกใช้ตัวช่วยอย่าง Body Battery ในสมาร์ทวอทช์ของ Garmin ช่วยให้ฉันเห็นภาพชัดเจนว่าวันนี้พลังงานเหลือเท่าไหร่และควรจัดการงานอย่างไรเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่เรียกว่า Smart Lazy System ที่ช่วยแบ่งระดับงานตามช่วงของพลังงาน เหนือกว่าแค่การจัดลำดับงานทั่วไป เพราะยังผสมผสานการฟังสัญญาณร่างกายแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานเหลือมากกว่า 70% ก็ลุยงานซับซ้อนได้เต็มที่ หรือหากต่ำกว่า 40% ก็เปลี่ยนไปทำงานเบาๆ อย่างการจัดการอีเมลหรือเอกสาร แล้วถ้า Body Battery ลงต่ำกว่า 30% ก็ถึงเวลาหยุดพักชาร์จแบตจริง ๆ แทนที่จะฝืนทำจนร่างกายพังซ้ำซาก นอกจากนี้ข้อมูลจาก Body Battery ช่วยให้การวางแผนวันทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เพียงแต่ลดความเครียดสะสมและป้องกันการล้ามากเกินไป แต่ยังช่วยให้เราได้ทำงานที่มีคุณภาพและออกมาดีมากขึ้นด้วย ตัวฉันเองได้ทดลองใช้แล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ช่วยเพิ่มสมาธิและความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังเพลินกับการจัดการเวลาชีวิตทำงานแบบใหม่ที่ยกระดับสุขภาพใจและกายไปพร้อมกัน สำหรับใครที่ใช้นาฬิกาค่ายอื่น อย่าง Apple Watch ก็สามารถหาระดับพลังงานด้วย Energy Score หรือ Readiness เพื่อใช้แนวคิดเดียวกันในการแบ่งการทำงานได้เลย ลองเปิดใจรับระบบนี้ มันจะทำให้คุณรู้จักตัวเอง และร่างกายมากขึ้น วิธีนี้ไม่ใช่แค่ทำงานให้สำเร็จ แต่ยังรักษาพลังชีวิตเราให้สมบูรณ์ยาวนานไปพร้อมกัน