Automatically translated.View original post

Not-To-Do List ❌ Job Reduction Techniques Get Back Time

Ever? To-Do List is a long kite tail, but it's not finished...Also tired until the body is broken? 🤯

Today, A offers the "Not-To-Do List" technique (list of things not to do).

Because Productive does not measure how much we do.

But the temple "how ridiculous can we cut out?"

❌ A's Not-To-Do List Example:

1. Do not check mail / line before 10: 00 (take your brain early in the morning to do difficult work)

2. Do not accept "no agenda" meetings (waste time talking about floods of fields)

3. Do not immediately say yes (always ask for time to think first, work to germinate)

4. Do not plow mobile phones in bed (Quality Sleep is the most important!)

When we dare to "cross" these things...Believe that we will have time to do

A lot more "really important"!

Tomorrow morning, write three words: "What am I not going to do today?" 😎✨

# NotToDoList # Productivity # SmartLazy # Develop yourself # Lemon 8 Howtoo

2/5 Edited to

... Read moreหลายครั้งที่เราพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยการเพิ่มสิ่งที่ต้องทำลงใน To-Do List แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหนื่อยล้า และทำงานไม่เสร็จตามเป้าหมาย นั่นเพราะเรามักไม่คำนึงถึงสิ่งที่ไม่ควรทำ หรือเรียกว่า Not-To-Do List ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยตัดสิ่งรบกวนและสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป การมี Not-To-Do List ที่ชัดเจน เช่น ไม่เช็คเมลหรือไลน์ก่อน 10 โมง เพื่อให้สมองมีพลังเต็มที่สำหรับงานยาก ๆ การปฏิเสธหรือตั้งเวลาในการตอบยืนยันนัดหมายก็จะช่วยลดงานงอกและความกดดันได้มากขึ้น รวมถึงการไม่รับนัดประชุมที่ไม่มีวาระชัดเจน เพราะประชุมเปล่า ๆ มักทำให้สูญเสียเวลาสำคัญไปโดยเปล่าประโยชน์ และการงดใช้มือถือบนเตียงเพื่อให้ได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ ซึ่งส่งผลดีต่อสมาธิและความพร้อมในการทำงานวันถัดไป สิ่งที่น่าสนใจคือ การตั้ง Not-To-Do List ไม่ได้หมายความว่าเราด่วนปฏิเสธทุกอย่าง แต่เป็นการเลือกและกรองสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้เรามีพลังและเวลาไปโฟกัสกับงานหรือกิจกรรมที่สำคัญจริง ๆ ได้มากขึ้น จากประสบการณ์จริง การลองตั้ง Not-To-Do List ง่าย ๆ เช่น 3 ข้อในแต่ละวัน ช่วยให้รู้สึกควบคุมเวลาตัวเองได้ดีขึ้น และลดความเครียดเรื่องงานที่คั่งค้าง นอกจากนี้ยังช่วยให้การจัดการเวลามีประสิทธิภาพและทำสิ่งที่อยากทำได้สำเร็จตามเป้าหมายมากขึ้น การสร้างความสำเร็จในการทำงานบางครั้งไม่ได้อยู่ที่การทำให้มากขึ้น แต่คือการรู้จัก "กากบาท" สิ่งที่จะไม่ทำ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การใช้งานเวลาของคุณอย่างชาญฉลาดและสร้างสรรค์