หนูก็เป็นโลกทั้งใบ ของแม่เหมือนกันนะะ พี่เฌอ 👧🏻👩🍼
#มี๊ขาาอุ้มเฌอหน่อย #น้องเฌอลินน์ #แม่ฟูลไทม์ #ครอบครัว #เลี้ยงลูกเชิงบวก
บางวันเราเผลอพูดกับลูกว่า “แม่รักหนูที่สุด” แบบอัตโนมัติ แต่พอได้มองหน้าลูกตอนหลับ ตอนยิ้ม หรือแม้แต่ตอนงอแง เราถึงเข้าใจประโยคนี้ชัดมากว่า ไม่ใช่แค่แม่ที่เป็นโลกทั้งใบของลูก…ลูกก็เป็นโลกทั้งใบของแม่ด้วยเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้น ไม่ได้มีแค่โมเมนต์น่ารักๆ นะคะ แต่คือ “ความผูกพันเล็กๆ ในทุกวัน” เช่น ลูกเดินมาหาแล้วกอดขา แค่ได้ยินเรียก “แม่” หรือยื่นของเล่นมาให้ดู เราจะรู้สึกว่าโลกทั้งใบมันเล็กลง เหลือแค่เราสองคนกับปัจจุบันตรงหน้า ถ้าคุณเป็นแม่ฟูลไทม์หรือกำลังเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก ลองใช้วิธีเล็กๆ ที่ช่วยเติมใจเราได้จริง (และเข้ากับการเลี้ยงลูกเชิงบวกด้วย) 1) บอกรักแบบเฉพาะเจาะจง แทนที่จะพูดแค่ “แม่รักหนู” ลองเติมเหตุผลสั้นๆ เช่น “แม่รักหนูตอนหนูพยายามเก็บของเล่นเอง” หรือ “แม่รักหนูที่วันนี้แบ่งขนมให้แม่” มันทำให้ลูกเห็นคุณค่าของตัวเอง และเราก็ได้โฟกัสสิ่งดีๆ มากขึ้น 2) ใช้ประโยคปลอบใจเวลาลูกงอแง เวลาลูกอารมณ์แรง เราเคยเผลอหงุดหงิดง่าย แต่พอลองเปลี่ยนเป็น “แม่อยู่ตรงนี้นะ” / “หนูไม่โอเคได้ แม่เข้าใจ” บรรยากาศในบ้านดีขึ้นมาก ลูกสงบเร็วขึ้น และเรารู้สึกว่าได้รักแบบไม่ต้องสมบูรณ์แบบ 3) ทำ “พิธีกรรมก่อนนอน” สั้นๆ แค่ 3 นาทีพอค่ะ กอด 1 ครั้ง ชม 1 เรื่อง เล่า 1 สิ่งที่ดีของวันนี้ ทำต่อเนื่องแล้วความสัมพันธ์แน่นขึ้นมาก เหมือนย้ำกันทุกวันว่าเราเป็นโลกทั้งใบของกันและกัน 4) ดูแลใจแม่ด้วยคำพูดเดียว วันที่เหนื่อยมากๆ เราจะเตือนตัวเองว่า “ฉันกำลังทำดีที่สุดแล้ว” เพราะความรักของแม่ที่มีต่อลูกมันยิ่งใหญ่ก็จริง แต่แม่ก็ต้องมีที่พักใจเหมือนกัน สุดท้ายนี้ ถ้าคุณกำลังมองหาประโยคความหมายคล้ายๆ “แม่คือโลกทั้งใบของลูก” ลองเก็บไว้ใช้ได้เลยค่ะ: “ไม่ใช่แค่แม่ที่เป็นโลกทั้งใบของลูก…ลูกก็เป็นโลกทั้งใบของแม่ด้วยเหมือนกัน”


