🇹🇭💛🌏❤️🇨🇳 50 ปี สัมพันธ์ ไทย จีน

ความพิเศษและเกียรติยศสูงสุดที่จีนมีต่อไทย สะท้อนออกมาในวาระแห่งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

รัฐบาลจีนได้ถวายต้อนรับอย่างสมพระเกียรติและเปี่ยมไปด้วยสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันลึกซึ้งที่จีนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นมากกว่าพิธีการต้อนรับประมุขแห่งรัฐตามปกติทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ความพิเศษเหล่านี้สะท้อนผ่านรายละเอียดสำคัญที่ถูกนำมาปฏิบัติเพื่อแสดงความเคารพสูงสุดในระดับ "องค์พระประมุข"

​เริ่มตั้งแต่พิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ได้รับการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการยิงสลุต ๒๑ นัด ตามธรรมเนียมสูงสุดสากล

แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจและความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง คือการที่ทหารกองเกียรติยศของจีนได้เปล่งเสียงถวายพระพรชัยมงคลเป็นภาษาไทยว่า "ทรงพระเจริญ" เป็นภาษาไทยอย่างพร้อมเพรียงและกึกก้อง

นี่คือสัญลักษณ์แห่งการให้เกียรติและเข้าถึงวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นการถวายความเคารพในระดับบุคคลที่หาได้ยากยิ่ง

อีกหนึ่งรายละเอียดที่เน้นย้ำถึงการถวายพระเกียรติยศสูงสุด

คือการที่รัฐบาลจีนได้ดำเนินการเชิญ "ธงมหาราช" (ธงพระราชอิสริยยศประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ไทย) ขึ้นสู่ยอดเสา เคียงคู่กับธงชาติจีนและธงชาติไทยในสถานที่ประทับ

โดยปกติแล้ว การต้อนรับประมุขแห่งรัฐตามหลักปฏิบัติสากลจะเชิญเพียงธงชาติของผู้มาเยือนเท่านั้น การเชิญธงมหาราชขึ้นสู่ยอดเสาถือเป็นการปฏิบัติที่แสดงถึงการยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะพระประมุขสูงสุดเทียบเท่ากับพระเกียรติยศของสมเด็จพระจักรพรรดิ

​ในการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มีการเลือกใช้คำราชาศัพท์ในภาษาจีนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า "ปี่เซี่ย" 陛下

ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกพระมหากษัตริย์หรือสมเด็จพระจักรพรรดิ (เทียบเท่าคำว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท) คำนี้เป็นคำราชาศัพท์ที่มีความสำคัญและมีระดับการใช้สูงสุด สะท้อนถึงการถวายพระเกียรติในระดับเดียวกับองค์จักรพรรดิในอดีตของจีน และเป็นการยืนยันถึงความเข้าใจและให้ความสำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยตามธรรมเนียมอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ในการสื่อสารกับประชาคมโลกอย่างเป็นทางการ รัฐบาลจีนได้ใช้คำที่แปลว่า "กษัตริย์" คือ "ไท่หวาง" 泰王 และ "พระราชินี" คือ "ไท่กั๋ว หวางโฮ่ว" 泰国王后 ในการเรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามหลักการทูตสากล ซึ่งเป็นการแยกสถานะของ "กษัตริย์" แห่งรัฐเอกราชออกจากคำว่า "จักรพรรดิ์" หวงตี้ 皇帝 ที่สงวนไว้สำหรับพระประมุขในระบบจักรวรรดิ การเลือกใช้คำอย่างถูกต้องตามระเบียบ ควบคู่ไปกับการถวายคำราชาศัพท์สูงสุดว่า "ปี่เซี่ย" 陛下 จึงเป็นการแสดงออกถึงการถวายความเคารพต่อพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทยในฐานะประมุขสูงสุดของประเทศอย่างสมบูรณ์ที่สุด

​ความพิเศษทั้งหมดนี้เป็นเครื่องตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยาวนานระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวาระการครบรอบ ๕๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และเป็นการส่งสาส์นที่ชัดเจนว่าความผูกพันในระดับราชวงศ์และระดับประชาชนยังคงเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

#พระมหากษัตริย์ #สมเด็จพระราชินีนาถสุทิดา #สรุปการเสด็จฯ #fyp

2025/11/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน การเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นการประจักษ์ถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยความพิเศษที่จีนมอบเกียรติยศสูงสุดให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งสะท้อนผ่านพิธีการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง พร้อมพิธียิงสลุต 21 นัดตามธรรมเนียมสากลและการเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" เป็นภาษาไทยโดยทหารกองเกียรติยศจีน อีกทั้งการเชิญ "ธงมหาราช" ธงพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทยขึ้นสู่ยอดเสาร่วมกับธงชาติไทยและจีน ถือเป็นสัญลักษณ์แสดงความเคารพเทียบเท่าพระเกียรติยศของสมเด็จพระจักรพรรดิ ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองคือการใช้คำราชาศัพท์ในภาษาจีนอย่างเคร่งครัด เช่นคำว่า "ปี่เซี่ย" 陛下 หมายถึง "ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท" ซึ่งใช้เรียกพระมหากษัตริย์หรือสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างเคร่งครัด พร้อมกับการใช้คำว่า "ไท่หวาง" 泰王 และ "ไท่กั๋ว หวางโฮ่ว" 泰国王后 ในการเรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการทูตสากล แสดงถึงความเข้าใจและให้ความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย พิธีการและรายละเอียดเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนมิตรภาพระหว่างสองประเทศในระดับราชวงศ์ แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ประชาชนที่ยั่งยืน ตลอดจนการรับรู้และเคารพวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้งในจีน การถวายพระเกียรติอย่างสมพระเกียรติและการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่สง่างามและเคร่งครัด ช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและควรได้รับการยกย่องในเวทีระหว่างประเทศอย่างแท้จริง