Skin care that should have hormonal acne
Who is it? Near that time of the month, pimple inflammation, pimple hair, frontal invasion, chin invasion throughout 😭. Around this time, we tried Frankly Niacinamide 15% + Zinc Beads Serum, a tension serum from Korea. Tell me that the results are so overwhelming that you have to review 💕.
✨, the serum is clear, with a small zinc Beads mixed in, and when you apply it, you will melt it to the skin. It is very sensitive, not sticky. People with skin must love this!
💖 Results after use
• Acne inflammation collapses quickly: Acne that is about to bulge red. For a moment, it collapses. Not irritating.
• Very good control: During the next day, the pores appear smaller and smaller.
• Acne Fade marks: This Niacinamide compresses 15%, which helps with redness. The skin looks brighter.
* The result depends on the skin type of each person. Personally, we use it very much. I recommend to try the test first. *
⚠️ Because the younger is very intense (15%), the sensitive skin is recommended to test on the underarm before the aunt. It should not be used simultaneously with Vitamin C (L-Ascorbic Acid Group) and AHA / BHA.
📍 Coordinates: FRANKLY
Available in both Shopee Lazada Titiktok
# FRANKLY # FRANKLYTH # niacinamideserum # skincareroutine # Clear face without acne
ช่วงที่เป็นสิวฮอร์โมน ผิวหน้าจะมีความมันเยอะและสิวขึ้นง่าย โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือตุ่มผดที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ก่อนมีประจำเดือน การเลือกสกินแคร์ที่เหมาะสมช่วยดูแลผิวในช่วงนี้จึงสำคัญมาก จากที่ลองใช้ Frankly Niacinamide 15% + Zinc Beads Serum รู้สึกได้เลยว่าคุณสมบัติจัดเต็มสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย ตัวเซรั่มเนื้อบางเบา ซึมลงผิวไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมเม็ดบีดส์สังกะสี (Zinc Beads) ที่ช่วยควบคุมความมันและลดการอักเสบของสิวได้ดี เมื่อใช้ต่อเนื่อง สิวที่กำลังเริ่มอักเสบลดลงอย่างรวดเร็ว และผิวดูเรียบเนียนขึ้น ทำให้ไม่ต้องคอยกังวลกับการลุกลามของสิว จุดเด่นของเซรั่มคือส่วนผสม Niacinamide ความเข้มข้นสูงถึง 15% ซึ่งช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมี Adenosine ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลผิวโดยรวมควบคู่กับการลดสิว ข้อแนะนำคือ หากผิวแพ้ง่าย ควรทดสอบก่อนใช้จริงที่ท้องแขนเพื่อป้องกันการระคายเคือง และไม่ควรใช้พร้อมกับวิตามินซีรูปแบบ L-Ascorbic Acid หรือกรด AHA/BHA เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เซรั่มนี้เหมาะสำหรับคนผิวมันหรือผิวที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน และต้องการสกินแคร์ที่ช่วยลดสิวและรอยดำอย่างได้ผล โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นหลังใช้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ สำหรับใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่เน้นลดสิวฮอร์โมน พร้อมช่วยคุมความมันและบำรุงผิวให้สดใส ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่น่าลองอย่างยิ่ง เพราะนอกจากได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วแล้วยังใช้งานง่าย สบายผิว และราคาเข้าถึงได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada หรือ Tiktok อีกด้วย สุดท้ายอยากฝากว่า การดูแลผิวหน้าช่วงเป็นสิวฮอร์โมน ควรร่วมกับการดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งการพักผ่อนเพียงพอ การลดความเครียด และควบคุมอาหาร มันจะช่วยลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างยั่งยืน





