Automatically translated.View original post

What does it take to get a skin like this?

6 days agoEdited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวในการดูแลผิวที่สม่ำเสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องให้เวลากับผิวและอดทนไม่รีบร้อน เพราะผิวดีแบบยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ในขั้นตอนสกินแคร์ที่ผู้เขียนใช้และอยากแนะนำให้ลอง คือ การใช้โทนเนอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปรับสมดุลผิวอย่าง "numbuzin No.3 Toner" ที่มีส่วนผสมของ Peptide ช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีเซรั่มและครีมปลอบประโลมผิวจาก "numbuzin No.1 Serum" ที่ช่วยลดการระคายเคือง ฟื้นฟูผิวอ่อนแอ ลดสิวและผิวแดง เหมาะกับผิวแพ้ง่าย การผลัดเซลล์ผิวก็ทำได้ดีขึ้นด้วยโทนเนอร์ผลัดเซลล์เช่น "The Ordinary Glycolic Acid 7% Toner" ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น ลดรอยคล้ำใต้ตาและบวมได้ด้วยเซรั่มที่ผสมกับคาเฟอีน จะเห็นผลชัดเจนถ้าทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สำหรับผิวมันหรือผิวผสม การควบคุมน้ำมันและเพิ่มความชุ่มชื้นไปพร้อมกันเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น Serum จาก "Astine Soothing" ที่ช่วยเรื่องการควบคุมความมันและเติมความชุ่มชื้นยาวนาน เหมาะมาก และสุดท้ายการใช้มาสก์หน้าช่วยผ่อนคลายและเติมเต็มความชุ่มชื้น เช่น "MENOKIN Bubble Mask" และ "Abib LIFT COLLAGEN" ที่ช่วยกระชับผิวและทำให้ผิวยกขึ้น ดูอิ่มฟู เหมือนสปาที่บ้าน ทำให้ผิวดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญที่สุดคือการทาครีมกันแดดทุกเช้าและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสู้กับมลภาวะและฟื้นฟูผิวในช่วงกลางคืนอย่างแท้จริง ถ้าคุณตั้งใจปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้เป็นประจำและเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวตัวเอง รับรองว่าผิวใสกับสุขภาพผิวดีขึ้นจริงแน่นอนค่ะ!