Automatically translated.View original post

Eight studies found that overweight patients (BMI > 25) and a

Gallbladder cancer is an infrequent cancer, but the horror is that it usually shows no symptoms at an early stage, causing most patients to detect it once it has entered metastatic stage.

Causes and risk factors

1. Gallstones in the gallbladder

2. Chronic cholecystitis

3. Polyps in the gallbladder

4.Porcelain Gallbladder: Caused by calcium to the wall of the gallbladder until it freezes

5. Smoking

Symptoms

1. Abdominal pain, usually pain in the upper right abdomen or under the right frame.

2. The yellow eye is caused by a lump to clog the bile duct, so that the bile cannot flow into the intestines.

3. Nausea, vomiting: along with flatulence, or feeling tight at all times

4.Palpation: In advanced cases, a lump may be found under the right frame.

5. General symptoms of cancer: anorexia, weight loss with unknown causes, and low fever.

2/17 Edited to

... Read moreจากการศึกษาหลายชิ้นพบว่า น้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่องสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งถุงน้ำดีได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มี BMI เกิน 25 และมากกว่า 30 อ้วนระดับสูง ซึ่งทำให้โอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 15% และ 66% ตามลำดับ ประสบการณ์จากผู้ป่วยและแพทย์หลายท่านชี้ว่า มะเร็งถุงน้ำดีเป็นโรคที่มักไม่มีอาการแสดงชัดเจนในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตรวจพบโรคในระยะลุกลามแล้ว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องตระหนักถึงสัญญาณเตือนต่างๆ เช่น อาการปวดท้องอย่างต่อเนื่องบริเวณใต้ชายโครงขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงการคลำพบก้อนในบริเวณถุงน้ำดีในรายที่เป็นมาก นอกจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลเสริมให้เกิดมะเร็งถุงน้ำดีมีหลายอย่าง เช่น นิ่วในถุงน้ำดีซึ่งเป็นผลจากการสะสมของแคลเซียมหรือของเสียที่ก่อตัวเป็นก้อน นิ่วเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นมะเร็ง นอกจากนี้ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรังและภาวะถุงน้ำดีเซรามิก (Porcelain Gallbladder) ที่เกิดจากการสะสมแคลเซียมแข็งตัวที่ผนังถุงน้ำดียังเป็นปัจจัยเสี่ยงด้วยเช่นกัน การเลิกสูบบุหรี่และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันโรคนี้ ผู้มีอายุมากหรือมีนิ่วในถุงน้ำดีควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำหากมีความเสี่ยงสูง เพื่อพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีขึ้น สำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง และออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคที่เกี่ยวข้องกับถุงน้ำดีได้อย่างมาก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแนวทางสำคัญในการดูแลสุขภาพถุงน้ำดีอย่างยั่งยืน