Automatically translated.View original post

Basil, pork chop, egg poached, lava

5/11 Edited to

... Read moreหลายคนทักมาถามเรื่อง “กะเพรา 20 บาท ต้นทุน” ว่าต้องคุมยังไงถึงจะอยู่ได้ เราลองคำนวณแบบบ้านๆ จากเมนูกะเพราหมูสับรสชาติเข้มข้น + ไข่ตุ๋นลาวา (ไข่ตุ๋นนุ่มๆ กินคู่กันแล้วฟินมาก) เผื่อใครอยากทำขายหน้าบ้านหรือขายออนไลน์ค่ะ 1) ตั้งโจทย์ก่อน: ขาย 20 บาทควรให้กำไรเท่าไหร่? ถ้าขาย 20 บาท แนะนำให้ “ต้นทุนวัตถุดิบ” ไม่เกินประมาณ 10–12 บาท/กล่อง (50–60%) เพราะยังมีต้นทุนแฝงอีก เช่น แก๊ส/ไฟ น้ำมันพืช ภาชนะ ช้อนซ้อม/ถุง ค่าจัดส่ง/แพลตฟอร์ม และของเสียจากการเตรียมวัตถุดิบ 2) ตัวอย่างคำนวณต้นทุน (ปรับได้ตามราคาพื้นที่) - ข้าวสวย 1 ที่: ถ้าหุงเอง ตกประมาณ 2.5–3.5 บาท (ใช้ข้าวสารราว 80–100 กรัม/ที่) - หมูสับ: ถ้าใส่ 40–50 กรัม/กล่อง ตกประมาณ 4–6 บาท (ขึ้นกับราคาหมู) - ใบกะเพรา + กระเทียม + พริก: เฉลี่ย 0.8–1.5 บาท - เครื่องปรุง: ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาล พริกไทย/ผงปรุงรส รวมๆ 0.8–1.5 บาท (ใช้แบบพอดี ไม่เทหนัก) - ไข่ตุ๋นลาวา: ถ้าใช้ไข่ 1 ฟองเต็มๆ ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ถ้าอยากคุม 20 บาท แนะนำทำ “ไข่ตุ๋นหม้อใหญ่” แล้วตักแบ่ง (เฉลี่ย 1.5–3 บาท/กล่อง) รวมต้นทุนประมาณ 10–15 บาท/กล่อง ขึ้นกับปริมาณหมูและไข่ตุ๋นที่ให้ 3) วิธีทำให้ต้นทุนลง แต่รสชาติยังดี - ลดหมูลงนิดแต่เพิ่มความหอม: กระเทียม/พริกตำเอง กลิ่นขึ้นมาก ทำให้รู้สึก “รสชาติเข้มข้น” แม้หมูไม่ต้องเยอะ - เทคนิคผัดให้หมูนุ่ม: ตอนผัดเติมน้ำเล็กน้อย (เหมือนที่หลายคนทำในคลิปไวรัล) ช่วยให้หมูนุ่มและซอสคลุกข้าวอร่อยขึ้น แถมไม่ต้องใช้น้ำมันเยอะ - ทำซอสกะเพราล่วงหน้า: ผสมซีอิ๊วขาว + น้ำมันหอย + น้ำปลา + น้ำตาลไว้เป็นสูตรกลาง ตวงง่าย คุมรสคงที่ ลดของเสีย - ไข่ตุ๋นลาวาแบบประหยัด: ใช้ไข่ 1 ฟองผสมน้ำ/น้ำซุป 1–1.5 เท่า ปรุงเกลือนิดเดียว ตุ๋นให้เนียน แล้วตักโปะหน้าเป็น “ท็อปปิ้ง” จะได้ลาวานุ่มๆ โดยไม่ต้องใช้ไข่ฟองต่อฟอง 4) ต้นทุนแฝงที่คนชอบลืม - กล่อง/ช้อน/ถุง: 1.5–3 บาท - แก๊ส/ไฟ/น้ำ: เฉลี่ย 0.5–1 บาท - ของเสีย (กะเพราเหี่ยว หมูติดมันเหลือ): เผื่อไว้ 3–5% ถ้าตั้งใจขาย 20 บาทจริงๆ แนะนำทำ “กะเพราหมูสับไข่ตุ๋นลาวา” เป็นตัวเลือกเพิ่มราคา เช่น 25–30 บาท (ได้กำไรง่ายขึ้น) แล้วมีเมนูพื้นฐาน 20 บาทเป็นตัวเรียกลูกค้า แบบนี้บาลานซ์กำไรดีสุดค่ะ