Automatically translated.View original post

# Wet pandan leaves, coconut lava 😍

4/12 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “เปียกปูนกะทิลาวา / เปียกปูนลาวา” แล้วอยากได้แนวทางทำให้อร่อยแบบหนึบเด้ง หอมใบเตย และกะทิลาวาไหลฉ่ำๆ เรารวมทริคที่ทำแล้วเวิร์กไว้ให้ค่ะ (เป็นสไตล์ที่บ้านทำกินเองบ่อยๆ) 1) เลือกวัตถุดิบให้กลิ่นใบเตยชัด - ใบเตย: ถ้ามีใบเตยสด ปั่นกับน้ำแล้วกรอง จะหอมกว่าสีผสมอาหารมาก กลิ่นละมุนและสีเขียวธรรมชาติ - แป้ง: เปียกปูนจะหนึบสวยจาก “แป้งข้าวเจ้า + แป้งมัน” คู่กัน แป้งข้าวเจ้าให้โครง ส่วนแป้งมันเพิ่มความเด้งหนึบ - น้ำปูนใส: ช่วยให้เนื้อเปียกปูนเซ็ตตัวสวยและมีความหนึบแบบเปียกปูนจริงๆ (ใช้พอดีๆ ไม่งั้นกลิ่นแรง) 2) เคล็ดลับกวนเปียกปูนให้เนียน (ไม่เป็นเม็ด) - ก่อนตั้งไฟ ให้คนทุกอย่างให้ละลายเข้ากันจนเนียนก่อน แล้วค่อยเปิดไฟกลางอ่อน - ระหว่างกวน อย่าหยุดมือ ช่วงที่เริ่มข้นจะจับตัวเร็วมาก กวนจนเนื้อใสขึ้นและยืดๆ หนืดๆ ถึงจะได้ความ “perfect” แบบเนียนเด้ง - ถ้าอยากได้เนื้อแน่นสวย เวลาเทใส่พิมพ์ให้เคาะไล่ฟองอากาศนิดนึง แล้วพักให้เย็นก่อนค่อยตัด 3) กะทิลาวาให้ออกมาไหลฉ่ำๆ แต่ไม่เลี่ยน - ใช้กะทิคุณภาพดี (หัวกะทิจะเข้มข้นกว่า) เติมเกลือปลายช้อนให้รสตัดหวาน จะละมุนขึ้นมาก - ทำ “ลาวา” ให้ข้นกำลังดีด้วยแป้งข้าวเจ้า/แป้งมันเล็กน้อย (ละลายน้ำก่อนใส่) เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนข้นแบบเคลือบช้อน แต่ยังเทราดได้ - ถ้าอยากหอมขึ้น ใส่ใบเตยผูกปมลงไปตอนเคี่ยว แล้วตักออกก่อนราด 4) วิธีเสิร์ฟให้อร่อยเหมือนร้าน - ตัดเปียกปูนเป็นชิ้นพอดีคำ ราดกะทิลาวาตอนอุ่นๆ จะหอมและไหลสวยมาก - ท็อปด้วยงาคั่ว หรือมะพร้าวอ่อนซอย เพิ่มเท็กซ์เจอร์ เคี้ยวเพลินสุดๆ 5) เก็บยังไงให้ยังหนึบ - เปียกปูนเก็บในกล่องปิดสนิท แยกกะทิลาวาไว้คนละกล่องจะดีที่สุด - ก่อนกินถ้าเปียกปูนแข็งขึ้นเล็กน้อย ให้ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องสักพัก เนื้อจะกลับมาหนึบกำลังดี ส่วนตัวเราชอบความรู้สึกตอนราดกะทิแล้วไหลเยิ้มๆ มากค่ะ ฟีล love love แบบของหวานทำเองที่บ้าน ใครลองทำเปียกปูนกะทิลาวาแล้วได้สูตรหรือทริคเพิ่ม มาแชร์กันได้นะคะ