บางคนไม่ได้หมดไฟ…แต่หมดศรัทธาในฝันของตัวเองต่างหาก ✍🏻

🤔 เพราะในยุคที่โลกกำลังเร่ง เราอาจลืม “ฝัน” ของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว “บางคนไม่ได้หมดไฟ…แต่หมดศรัทธาในฝันของตัวเองต่างหาก” การตามหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่หายไปของใครหลายๆอาจจะต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องของเวลา ,ทรัพยากร จนทำให้บ้างครั้งเราก็ได้หลงลืมสิ่งๆต่างๆไปและออกเดินทางตามหาสิ่งที่ขาดหายไป หรือเดินตามความฝัน เพราะบางครั้งสิ่งที่หายไปอาจจะเป็นความเชื่อมั่นในใจของเราเอง และความศรัทธาในความฝัน ร้านมัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน 2 ตอนหาลูกค้าที่หายไป เล่นนี้จะพาเราไปสำรวจลูกค้าที่หายไปจากห้างสรรพสินค้าขายความฝัน ว่าเหตุปัจจัยอะไรกันที่ทำให้ ลูกค้าที่เมื่อหลับตาจากโลกหนึ่งจะต้องแวะเวียนมาพูดคุย หาซื้อความฝันเพื่อที่ได้ฝันและทำสิ่งที่ติดค้างเอาไว้ให้สำเร็จ กลับหายไปสะอย่างงั้น เรามาสำรวจความรู้สึกนี้และมาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

🖋️ Review : เพนี พนักงานประจำที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าขายความฝันดัลเลอร์กู้ทครบหนึ่งปีแล้ว เธอคุ้นเคยกับระบบการทำงานต่างๆภายในห้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ตาชั่งเปลืกตาที่เอาไว้วัดความต้องการของลูกค้า หรือระบบดรีมเพย์ ที่ไว้ชำระความฝัน แต่หลังจากที่เพนีทำงานมาสักพักก็ได้สักเกตุเห็นว่า มีลูกค้าประจำหลายๆคนหายไปไม่ได้แวะเวียนเข้ามาที่ห้างสรรพสินค้าอีกเลย บางคนได้ทิ้งเรื่องที่ร้องเรียนเอาไว้ให้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกินขึ้น บางคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเพนีได้อาสาที่จะหาคำตอบว่า ทำไมลูกค้าเหล่านี้ถึงหายไปและไม่กลับมาใช้บริการที่ห้างอีก อะไรคือสาเหตุสำคัญ ซึ่งสาเหตุปัจจัยก็มีหลากหลายประเด็นจริงๆ ที่เมื่อเราได้อ่านก็ได้แต่คิดตั้งคำถามว่า บางครั้งเราก็เร่งรีบทำตามสิ่งที่เราตั้งเป้าหมาย และสิ่งที่ฝันเอาไว้มากจนเกินไป หรือ เปรียบเทียมตัวเรากับคนอื่นจนทำให้เราเหนื่อยล้า และอยากที่หยุดทำมัน

📖 หนังสือเล่มนี้เป็นภาคต่อจาก ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านรู้สึกว่ายังคงเป็นหนังสือที่เหมาะกับโลกในปัจจุบัน ที่เรามีความกดดันชีวิตของตัวเองมากจนเกินไปจนละเลย ตัวตนและหัวใจของเรา เราเลือกที่จะเสพความสำเร็จของผู้อื่น และเอามาตั้งเป็นมาตรฐานของเราว่าเราต้องสำเร็จแบบนั้น ความฝันเราต้องทำให้สำเร็จโดยเร็ววัน แต่จริงๆแล้วนั้น มนุษย์ทุกคนมีความแตกต่าง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ความคิด ความอ่านในแต่ล่ะช่วงวัย ประสบการณ์ๆที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน และนี้คือ 5 ข้อที่ เราได้จาก ภาคต่อของหนังสือเล่มนี้

1. อย่าหยุดที่จะฝันและทำให้มันเป็นจริง แต่จะมีบ้างบางเวลาที่เราก็รู้สึกเหนื่อยล้า จงหยุดฝันบ้างไม่เป็นไร ขอให้เราเข้าใจไม่ตัดสิน กดดันตัวเอง เพื่อให้เราได้ “พัก” เพื่อเริ่มเส้นทางฝันใหม่ สอนให้เรามองเห็นคุณค่าของการหยุด พัก

2. ความสิ้นหวังของคนจากความคาดหวังที่ทำให้ผิดหวัง ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด ซึ่งลูกค้าหลายๆคนที่ได้หายไปไม่แวะเวียนมาที่ ห้างสรรพสินค้าแห่งความฝันนั้น เพราะ ต้องการปิดกันตัวเองจากความผิดหวัง เพนีกลับมอบความหมายใหม่ให้แก่ผู้คน “ความฝันไม่ใช่สิ่งต้องห้าม สำเร็จ ล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมชาติ มันกำลังบงบอกว่า เรามีความรู้สึก มีหัวใจ ขอให้ทำมันต่อไป”

3. ฝันใหญ่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ ฝันเล็กบ้างก็ได้เพื่อเราได้เติมเต็มความสุขได้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งเล็กก็ตามที่ ไม่ต้องยิ่งใหญ่ขอแค่ทำให้มีความสุขเพียงพอแล้ว จงยิ้มรับความสุขน่ะ

4. จงเป็นผู้รับฟังอย่างจริงใจ โลกของเรามีผู้ฟังที่หลากหลาย บางคนฟังเพื่อแสดงความคิดเห็น บางคนฟังเพื่อตอบโต้ แต่จริงๆแล้วเราทุกคนเพียงต้องการคนรับฟังอย่างตั้งใจและเข้าใจเรา อยู่ข้างๆเรา โอบกอดเรา ซึ่งในปัจจุบันหาได้ยากยิ่ง ขอให้ทุกคนเจอคนรับฟังเราอย่างจริงใจมากๆน่ะ

5. ไม่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา ใช้ชีวิตอย่างช้าๆบ้างก็ได้น่ะ ณ ปัจจุบันเราติดกับดับความสำเร็จ ความคาดหวัง ความฝัน มากสะจนโลกเร่งให้เราวิ่งมากกว่าเดิน หนังสือเล่มนี้เปรียบดังมือที่วางบนไหล่เราแล้วพูดกับเราว่า “ไม่เป็นไรน่ะ พักกันสักหน่อย ฝันของเองจะรออยู่ตรงนี้เสมอ”

สุดท้ายนี้ ขอแถมล่ะกัน “จงมีเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำมันได้” เพนี สอนให้เราเชื่อมั่นว่าทุกๆอย่างเราสามารถทำมันได้ เราก็แค่ไม่รู้แต่ไม่รู้ไม่เป็นไรน่ะ เราก็แค่หาความรู้เพิ่มเติม แต่ถ้าเราไม่เชื่อว่าเราทำได้ มันก็จะไม่มีทางทำมันได้ จงเชื่อว่าเราทำได้ เราจะทำมันได้จริงๆ

ขอให้มีความสุขกับการอ่าน ครับ 👏

เขียน : อีมีเย

แปล : วนิดา คราวเหมาะ

สำนักพิมพ์ : Bibli

#lemon8ไดอารี่ #ป้ายยาหนังสือ #อ่านหนังสือ #หนังสือฮีลใจ #ตามไปอ่าน

2025/10/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจเคยรู้สึกเหมือนหมดไฟหรือสูญเสียแรงบันดาลใจในการตามหาฝัน แต่แท้จริงแล้วปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการหมดศรัทธาในความฝันของตัวเองมากกว่า เมื่อเวลาผ่านไปและชีวิตเร่งรีบ สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่หลายคนลืมคืองานซ่อมบำรุงความเชื่อมั่นในใจในการเผชิญหน้ากับอุปสรรคและความผิดหวัง ในบทความนี้มีการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเพนี พนักงานห้างสรรพสินค้าขายความฝัน ที่สังเกตเห็นลูกค้าประจำจำนวนมากเลือกที่จะหายไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนบางครั้งเลือกที่จะปิดตัวเองจากความฝันเมื่อเจอความเจ็บปวดจากความล้มเหลวและคาดหวังที่สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม การหยุดพักหรือหยุดฝันชั่วคราวไม่ใช่เรื่องผิด แต่สำคัญที่ต้องรู้จักใจตัวเองและไม่ตัดสินตัวเองอย่างแรงจนทำให้ยอมแพ้ นอกจากนี้ การให้คุณค่าแก่ฝันเล็กๆ ที่สร้างความสุขแบบเต็มเปี่ยมก็ถือเป็นอีกแนวคิดที่ช่วยเยียวยาหัวใจและสร้างพลังบวกในการต่อสู้ เพื่อไม่ให้ความฝันดูเหมือนไม่สามารถจับต้องได้ การมีคนรับฟังและเข้าใจเราจริงๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความโดดเดี่ยวในเส้นทางฝันที่บางครั้งเหมือนกับการเดินคนเดียว หลักสำคัญอย่างสุดท้ายคือการไม่เร่งรีบมากเกินไป การใช้ชีวิตอย่างช้าๆ โดยลดความกดดันจากความสำเร็จและเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น จะช่วยให้เรากลับมาเชื่อมั่นในความสามารถและฝันของตัวเองมากขึ้น โดยสรุปแล้ว บางคนไม่ได้หมดไฟ แต่หมดศรัทธาในฝันของตัวเองเพราะความกดดัน ความผิดหวัง หรือการลืมให้คุณค่ากับตัวเองและฝันเล็กๆ ที่เคยมี เราควรให้โอกาสตัวเองพักฟื้นใจและกลับมาลุกขึ้นฝันอีกครั้งอย่างจริงใจและไม่เร่งรีบ เพื่อให้ฝันนั้นยังคงรอเราอยู่เสมอเหมือนคำพูดในหนังสือที่กล่าวไว้ว่า "ฝันของเองจะรออยู่ตรงนี้เสมอ" พร้อมกับความเชื่อมั่นว่าทุกคนทำได้ เมื่อเราไม่ยอมแพ้และเปิดใจที่จะเรียนรู้ต่อไป