เมื่อภาษีซื้อ”มากกว่า“ภาษีขาย ต้องทำยังไง ✨💵

ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีเครดิตภาษีเหลืออยู่ในแต่ละเดือน เนื่องจากมีภาษีซื้อมากกว่าขาย มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 วิธี คือ

📍ใช้เป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไป

- เมื่อยื่น ภ.พ.30 และมีเครดิตภาษีเหลืออยู่ของเดือนใด ถ้าไม่ลงลายมือชื่อในช่องขอคืนภาษี ให้ถือว่าประสงค์จะนำเครดิตภาษีไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป

- หากไม่ได้นำเครดิตภาษีที่เหลืออยู่ไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีถัดไป จะยกเครดิตภาษีดังกล่าวข้ามไปเดือนอื่นไม่ได้อีก แต่ให้ขอคืนเป็นเงินสดโดยยื่นคำร้องด้วยแบบ ค.10

📍ขอคืนเป็นเงินสด หรือขอโอนเข้าบัญชีธนาคาร

- จะต้องลงลายมือชื่อในช่องขอคืนภาษีเป็นเงินสด หรือโอนเข้าธนาคารในแบบ ภ.พ. 30

#ภาษีซื้อเยอะกว่าภาษีขายทำไงดี #เครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม #ขอคืนภาษีได้ไหม #VATซื้อVATขาย #บัญชีภาษีที่เจ้าของกิจการควรรู้

2025/8/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงที่ทำบัญชีให้หลายกิจการ เจอคำถามบ่อยมากว่า “ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย” แล้วต้องบันทึกบัญชียังไง และควรเลือกขอคืนหรือยกเป็นเครดิตดี วันนี้ขอแชร์แบบภาษี-บัญชีที่เจ้าของกิจการเอาไปใช้ได้จริงค่ะ 1) ทำความเข้าใจ “เครดิตภาษีซื้อ” คืออะไร ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เวลาซื้อของ/ค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษี จะเกิด “ภาษีซื้อ” และเวลาขายสินค้า/บริการจะเกิด “ภาษีขาย” พอถึงเวลายื่น ภ.พ.30 จะเอา “ภาษีขาย - ภาษีซื้อ” - ถ้าภาษีขายมากกว่า = ต้องจ่ายเพิ่ม - ถ้าภาษีซื้อมากกว่า = เกิด “เครดิตภาษีซื้อ” (VAT ค้าง) ให้เลือกจัดการได้ 2) แนวทางบันทึกบัญชีเมื่อภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย (ภาพรวม) โดยทั่วไปในระบบบัญชีจะมีบัญชี “ภาษีซื้อ” และ “ภาษีขาย” พอปิดเดือน/ยื่น ภ.พ.30 จะโอนยอดให้เหลือเป็น “ภาษีมูลค่าเพิ่มรอคืน/เครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม” (ชื่อบัญชีอาจต่างกันตามโปรแกรม/สำนักงานบัญชี) ทริคที่ช่วยลดพลาด: แยกแฟ้มเอกสารภาษีซื้อ-ภาษีขายรายเดือน และคุมยอดตามรายงานภาษีซื้อ/ภาษีขายให้ตรงกับ ภ.พ.30 ทุกครั้ง 3) เลือกทางไหนดี: ยกเครดิตเดือนถัดไป vs ขอคืนเงินสด/โอนเข้าบัญชี - ยกเป็นเครดิตเดือนถัดไป: เหมาะกับกิจการที่เดือนถัดไปคาดว่าจะมีภาษีขายเยอะ และอยากใช้หักภาษีที่จะต้องจ่าย จะทำให้กระแสเงินสดไม่สะดุด - ขอคืนเป็นเงินสด/โอนเข้าบัญชี: เหมาะกับช่วงลงทุนหนัก ซื้อของเยอะ แต่ขายยังน้อย (เช่น เปิดร้านใหม่/ทำโปรเจกต์) หรืออยากดึงเงินสดกลับมาใช้หมุน ข้อควรระวังที่คนชอบพลาด: ตอนยื่น ภ.พ.30 ถ้า “ไม่เลือก/ไม่ลงลายมือชื่อช่องขอคืน” ระบบจะถือว่าเราประสงค์ยกเป็นเครดิตไปเดือนถัดไป 4) เอกสารที่มักต้องเตรียม (กรณีขอคืน) จากประสบการณ์ เอกสารที่ช่วยให้เคสเดินไวขึ้นคือ - ใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือเอกสารยืนยันการจด VAT - สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล/ทะเบียนพาณิชย์ (ตามประเภทธุรกิจ) - รายงานภาษีซื้อ พร้อมใบกำกับภาษีซื้อที่ถูกต้อง (ชื่อ-ที่อยู่-เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ เลขที่เอกสาร ฯลฯ) - เอกสารประกอบอื่น ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่ขอ (บางเคสอาจขอดูสัญญา/หลักฐานการจ่าย) 5) เส้นตายสำคัญ โดยหลักแล้วการยื่นคำร้องขอคืนมีกรอบเวลา (หลายคนลืมจนหลุดสิทธิ) แนะนำทำเช็กลิสต์รายเดือนว่าเครดิตสะสมเท่าไร และจะ “ยก” หรือ “ขอคืน” เพื่อไม่ให้จัดการย้อนหลังยาก สรุปสั้น ๆ: ถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ให้โฟกัส 3 เรื่องคือ (1) บันทึกภาษีซื้อ/ขายให้ตรงรายงาน (2) ตัดสินใจตั้งแต่ตอนยื่น ภ.พ.30 ว่าจะใช้เครดิตหรือขอคืน (3) เตรียมใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและใบกำกับภาษีซื้อให้ครบค่ะ

ค้นหา ·
ภาษีซื้อ