Automatically translated.View original post

Is your skin like this normal?❓

2025/9/10 Edited to

... Read moreจากรูป/อาการที่เล่าว่า “ผิวเป็นจ้ำๆ สีม่วงแดงหรือม่วงอมน้ำเงิน คล้ายลายตาข่าย” ในเด็กแรกเกิด–ทารกเล็ก บ่อยครั้งจะเป็นภาวะผิวลายตาข่าย (cutis marmorata) ที่เกิดจากหลอดเลือดฝอยหด-ขยายเวลาลูกหนาว หรืออุณหภูมิเปลี่ยนค่ะ โดยมากถือว่า “พบได้และมักหายเอง” โดยเฉพาะถ้าจ้ำๆ จะชัดตอนอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม เปิดแอร์ หรือหลังร้องไห้ แล้วค่อยๆ จางลงเมื่ออุ่นขึ้น สิ่งที่แม่ๆ ลองสังเกตเองได้ที่บ้าน (แบบไม่เครียดนะคะ) 1) จางลงไหมเมื่อทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น: ห่มผ้า เพิ่มเสื้อ 1 ชั้น อุ้มแนบอกสัก 5–10 นาที ถ้าลายตาข่ายค่อยๆ จาง มักเข้ากับอาการจากความเย็นมากกว่า 2) เป็น “สองขาเท่าๆ กัน” หรือเป็นข้างเดียว: ถ้าเป็นทั้งสองข้างพอๆ กันมักดูปกติกว่า แต่ถ้าเป็นข้างเดียวชัดๆ ตลอด ควรปรึกษาหมอ 3) มีอาการร่วมไหม: ลูกกินนมได้ตามปกติ ดูดดี ตื่นตัวดี ปัสสาวะ/อุจจาระปกติ ไม่มีไข้ โดยรวมมักไม่น่ากังวล อีกเรื่องที่หลายบ้านเจอแล้วไปค้นเจอในพันทิปคือ “ลูกเป็นผื่น ผิวสากๆ” ซึ่งอาจคนละแบบกับจ้ำม่วงลายตาข่ายนะคะ ผิวสาก/ผื่นเม็ดเล็กๆ ในเด็กแรกเกิดมักเกี่ยวกับผิวแห้ง ผื่นร้อน หรือผื่นแพ้น้ำลาย/น้ำล้างตัว การดูแลพื้นฐานที่ช่วยได้คือ - ใช้สบู่/ครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม (หรือใช้น้ำเปล่าล้วนบางวัน) - ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที เน้นบริเวณผิวสาก - เลี่ยงแป้งหอม/โลชั่นน้ำหอมแรงๆ และอย่าอาบน้ำนานเกินไป - ซักเสื้อผ้าด้วยน้ำยาสำหรับเด็กและล้างให้หมดฟอง เมื่อไหร่ควรพาไปพบกุมารแพทย์/หมอผิวหนังเด็ก - จ้ำม่วง “ไม่จาง” แม้ทำให้อุ่นขึ้น หรือเป็นต่อเนื่องตลอดวัน - สีคล้ำมากขึ้นเร็ว มีบวม เจ็บ กดแล้วไม่ซีดลง หรือมีจุดเลือดออกเล็กๆ กระจาย - ร่วมกับอาการซึม ดูดนมน้อย หายใจเร็ว/หอบ ตัวเย็น มือเท้าเขียว หรือมีไข้ - เป็นข้างเดียวชัดมาก หรือมีแผล/ตุ่มน้ำร่วมด้วย ส่วนคำถามว่า “โตแล้วจะหายไหม” ถ้าเป็นผิวลายตาข่ายจากอุณหภูมิ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ เป็นน้อยลงเมื่อระบบไหลเวียนของลูกโตขึ้นค่ะ แต่ถ้าแม่ยังไม่สบายใจ แนะนำถ่ายรูปตอนเป็น-ตอนจาง พร้อมบันทึกเวลาที่เกิด (เช่น หลังอาบน้ำ/เปิดแอร์) แล้วเอาไปให้คุณหมอดู จะช่วยประเมินได้เร็วมากค่ะ