ขายของ 100 บาท เหลือจริงแค่ 85 บาท

มือใหม่ขายของออนไลน์ ต้องรู้ “ค่าธรรมเนียมแต่ละแพลตฟอร์ม”

Shopee / Lazada / TikTok — ใครหักเยอะสุดมาดูกัน

รู้ไว้ก่อนขาย จะได้ไม่งงเวลายอดหาย 😅

*****อัปเดตล่าสุด 6 ตุลาคม 2568

📌 เซฟเก็บไว้เลย สำหรับสายขายของทุกคน!

#GrowRichLion #ขายของออนไลน์ #Shopee #TikTokShop #lazadaseller

2025/10/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเพิ่งเริ่มขายของออนไลน์ สิ่งที่ทำให้ “ขายได้แต่กำไรหาย” มักไม่ใช่แค่ค่าส่งหรือราคาทุน แต่คือ “ค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม” ที่โดนหักหลายชั้นค่ะ/ครับ ก่อนลงสินค้าใน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ฉันแนะนำให้คิดต้นทุนแบบแยกรายการไว้เลย จะได้รู้ว่าขาย 100 บาท สุดท้ายเหลือเงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่จริง 1) ทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมหลัก ๆ ที่เจอบ่อย - ค่าคอมมิชชั่น (Commission): เหมือนค่าหน้าร้าน แพลตฟอร์มหักตามหมวดสินค้า/เงื่อนไขร้าน - ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment fee): ค่าดำเนินการรับเงินผ่านบัตร/วอลเล็ต/ช่องทางชำระ - ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน/บริการแพลตฟอร์ม: บางที่แยกเป็นอีกบรรทัด ทำให้ยอดสุทธิลดลงอีก ทริคของฉันคือ เวลาดูรายงานคำสั่งซื้อ ให้กดดู “รายละเอียดการหักเงิน” ทุกบรรทัด แล้วจดเปอร์เซ็นต์จริงที่ร้านเราโดน เพราะแต่ละร้าน/แต่ละหมวดอาจไม่เท่ากัน 2) ตั้งราคาขายแบบกันพลาด (สูตรที่ใช้บ่อย) เวลาอยากได้ “กำไร” ต่อชิ้น ให้คิดย้อนจากยอดสุทธิ ไม่ใช่คิดจากราคาป้าย - สมมติ: ทุนสินค้า + แพ็กกิ้ง + ค่าแอด (เฉลี่ย/ชิ้น) = ต้นทุนรวม - บวกกำไรที่ต้องการ - แล้วค่อยเผื่อค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (รวมค่าคอมมิชชั่น + ค่าชำระเงิน + ค่าโครงสร้างพื้นฐาน) ถ้าคุณขาย 100 บาทแล้วเหลือสุทธิประมาณ 85 บาท แปลว่าค่าธรรมเนียมรวมราว ๆ 15% (ตัวเลขตัวอย่าง) ดังนั้นถ้าต้องการให้ “ได้เงินสุทธิ 100” อาจต้องตั้งราคาสูงกว่า 100 พอสมควร 3) เช็กช่วง “ขึ้นค่าธรรมเนียม” และอัปเดตทุกครั้ง คำว่า ค่าธรรมเนียม Shopee 2568 หรือ ค่าธรรมเนียม Lazada ล่าสุด มักเปลี่ยนตามแคมเปญ/นโยบาย ฉันจะตั้งเตือนตัวเองทุกไตรมาสให้เข้าไปดูประกาศผู้ขาย และเทียบกับยอดหักจริงจากออเดอร์ล่าสุด 3-5 ออเดอร์ เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ 4) เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับสินค้า ไม่ใช่ดูแต่ค่าหัก บางคนย้ายแพลตเพราะคิดว่าโดนหักเยอะ แต่ลืมดูว่าอีกที่ “ยอดขาย/ทราฟฟิก” อาจสูงกว่า ทำให้กำไรสุทธิรวมต่อวันดีกว่า ลองเทียบ 3 อย่างพร้อมกัน: ค่าธรรมเนียมรวม, ค่าแอดที่ต้องใช้, และอัตราปิดการขายของร้าน 5) เช็กลิสต์ก่อนปล่อยโปร - ถ้าทำโค้ดลด/แฟลชเซล: ลองคำนวณใหม่ว่าหลังลดแล้ว ยังเหลือพอจ่ายค่าธรรมเนียมและกำไรไหม - ถ้าร่วมโปรแกรมของแพลตฟอร์ม: ดูเงื่อนไขว่ามีค่าบริการเพิ่มหรือไม่ - เก็บไฟล์สรุปของตัวเอง: ตารางง่าย ๆ “ขาย 100 เหลือสุทธิเท่าไหร่” แยก Shopee / Lazada / TikTok Shop จะช่วยตัดสินใจไวมาก สุดท้าย แนะนำให้ทำ “ตารางคำนวณราคาขาย” ไว้ 1 ไฟล์ แล้วกรอกเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่น + ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน + ค่าโครงสร้างพื้นฐานตามแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ พอมีอัปเดต (เช่นปี 2568 หรือ 2569/2026) ก็แค่เปลี่ยนตัวเลขในช่องเดียว ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ และไม่ต้องมานั่งงงว่ายอดหายไปไหนค่ะ/ครับ

ค้นหา ·
ค่าธรรมเนียม shopee