Kamikochi เทือกเขาในฝัน 🏞️🧏🏻♀️
เอ๊ะเชื่อว่า Kamikochi (คามิโคจิ), Nagano คงจะเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆคน
หลังจากที่ลังเลมานาน กับการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวในต่างแดน นั่งคิดทบทวนอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางมาคนเดียว เพื่อ “คามิโคจิ” ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ดี และตัดสินใจได้ถูกต้องมากๆ
เอ๊ะเดินทางในช่วงปลายเดือนตุลาคม เริ่มต้นวันตั้งแต่เช้า ในวันที่ท้องฟ้าสดใส เดินท างด้วยรถไฟเที่ยวแรกจากสถานี Matsumoto แล้วต่อรถบัสเข้ามา ตลอดทั้งทางวิวสวยมากๆ ทุกคนบนรถบัส ถึงกับร้องว้าว ตื่นเต้นกันไปหมด พร้อมกับหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาถ่ายวิวอย่างรวดเร็ว 😊
ก้าวเท้าลงจากรถบัส ในจุดเริ่มต้น Taisho Pond เป็นบึงธรรมชาติที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ โดดเด่นด้วยซากไม้
จากนั้นเดินต่อมาเรื่อยๆ สบายๆ เดินตามทางเป็นไม้ที่สร้างขึ้นเป็นสะพานเล็กๆ บ้างก็มีลงเดินพื้นดินบ้าง แต่ไม่ได้ลำบากเลย สบายๆ ชมวิวใบไม้กำลังเปลี่ยนสี สลับสีเหลือง แดง ส้ม น้ำตาล กับเขียวไปมา ตลอดทางเดิน วิวสวยมากๆ และตลอดทางจะได้ยินเสียงกระดิ่งจากกระดิ่งไล่หมีที่ห้อยอยู่บนกระเป๋าของนักท่องเที่ยว ดังเป็นระยะๆ หรือไม่ก็เกิดจากนักท่องเที่ยวสั่นกระดิ่งที่ตั้งไว้ เพื่อไล่หมี หรือสัตว์ต่างๆ ผู้อ่านบางท่านอาจจะตกใจ เนื ่องด้วย Kamikochi เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวบางท่านอาจจะได้เจอหมี หรือสัตว์ป่า ซึ่งจะมีกระดานเขียนแจ้งว่า มีคนพบเจอหมีหรือสัตว์ป่า ล่าสุดเมื่อไหร่ แต่ใดๆไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าหากเจอสัตว์ป่า ขอให้ทำตามกฎอย่างเคร่งครัด
ตลอดการเดินป่า จะได้สัมผัสกับวิวธรรมชาติ ภูเขาสวยๆ อากาศเย็นสบาย เมื่อเดินมาถึง Hokata - Taisho Bridge แวะถ่ายรูปคู่กับโรงแรม Kamikochi Lemeiesta ที่รายล้อมด้วยภูเขาหลากสี จากใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ ตรงสะพานนี้ ต้องเลือกว่าจะเดินไปฝั่งไหน จะเดินเลาะป่า ผ่านโรงแรม หรือเดินผ่านเส้นแม่น้ำ แต่ละฝั่งจะได้บรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน มีบางจุดที่ได้มองเห็นบรรยากาศร่วมกัน สำหรับเอ๊ะเลือกเดินฝั่งตรงข้ามโรงแรม Kamikochi Lemeiesta เลาะไปตามแม่น้ำ ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศวิวน้ำใส สะอาด สีเขียวใสๆ สามารถ แวะพักผ่อนชมวิว มีอากาศเย็นสบาย ตลอดทาง
Kappa Bridge จุดเช็คอินของนักเดินป่า ไม่ว่าใครจะเริ่มที่จุดไหน จะต้องมาเช็คอินถ่ายรูป ได้เห็นวิวภูเขาลูกโต ใบไม้ที่กำลังเล่นสี สลับสีไปมา กับแม่น้ำใสที่ไหลผ่าน และตรงจุดนี้ยังมีที่นั่งพัก ร้านอาหาร ขนม ไอศครีม ตู้กดน้ำ และของที่ระลึก ด้วย
🧏🏻♀️ เอ๊ะใช้เวลาในการเดินป่าตั้งแต่ Taisho Pond > Kappa Bridge โดยประมาณ 3 ชม กับระยะทางโดยประมาณ 3.7 กม
หลังจาก Kappa Bride สามารถเดินต่อไปยัง Myojin Pond ได้เลย
📸🖼️ Kamikochi เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว คู่ หรือเป็นกลุ่ม ซึ่ง Kamikochi จะมีช่วงเวลาที่กำหนดเปิด-ปิด อุทยาน ในแต่ละปีโดยประมาณมักจะเปิดในช่วงเดือน เมษายน - พฤศจิกายน (กรุณาตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของอุทยานอีกครั้ง)
👩🏻🌈 เอ๊ะขอแนะ นำเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน ตุลาคม - ต้นเดือน พฤศจิกายน เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี เต็มที่ หรือถ้าใครอยากจะตรวจสอบสภาพอากาศ เพราะมีโอกาสฝนตกค่อนข้างบ่อย และเอ๊ะคาดคะเนอยากให้ไปในช่วงที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี เต็มที่ ก็สามารถตรวจสอบได้จาก Live ในช่องแดง (เอ๊ะแนบในรูปภาพให้แล้ว) หรือใครอยากจะ say hi กับที่บ้าน ก็ทักทายผ่าน Live นี้ได้ (ตัวกล้อง Live จะตั้งอยู่บนร้านอาหาร เราก็โบกมือตรง Kappa Bride ได้เลย) 😊
#kamikochi #เที่ยวคามิโคจิ #เที่ยวญี่ปุ่น
*ไม่อนุญาตนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุญาต
การเดินทางไปยัง Kamikochi ที่จังหวัด Nagano ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับคนรักธรรมชาติและคนที่ชื่นชอบการเดินป่าอย่างแท้จริง ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติอันสวยงามและความเงียบสงบที่หายากในชีวิตประจำวัน ทำให้ที่นี่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างลึกซึ้ง การเดินป่าที่ Kamikochi นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับวิวภูเขาที่รายล้อมและแม่น้ำที่ใสสะอาดแล้ว ยังมีเรื่องราวและเอกลักษณ์อื่นๆ ที่ควรรู้ เช่นเสียงกระดิ่งที่นักท่องเที่ยวสวมใส่เพื่อไล่หมี ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและบรรยากาศตื่นเต้นให้กับการเดินทาง อีกทั้ง Taisho Pond ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าประทับใจ เพราะเป็นบึงน้ำธรรมชาติที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ พร้อมซากไม้ที่โดดเด่นชวนให้จิตนาการย้อนกลับไปยังความเป็นธรรมชาติอันดั้งเดิม สำหรับเส้นทางเดินป่าเองก็มีความง่ายเหมาะกับทุกเพศวัย โดยสามารถใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเดินจาก Taisho Pond ถึง Kappa Bridge ระยะทางราว 3.7 กิโลเมตร เส้นทางนี้เต็มไปด้วยทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่สลับเฉดสีม่วง เหลือง แดง และส้ม ซึ่งแต่ละช่วงฤดูก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าคุณไปถูกช่วงอย่างปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามมากที่สุด นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว จุดแวะพักอย่าง Kappa Bridge ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้คุณสามารถพักผ่อน เติมพลัง และสนุกสนานระหว่างกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมตัวการเดินทางแนะนำให้เช็คสภาพอากาศและช่วงเวลาการเปิดอุทยานแห่งชาติก่อนเดินทาง เนื่องจาก Kamikochi เปิดให้เยี่ยมชมในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น ยิ่งถ้าอยากติดตามวิวและอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ สามารถดูผ่านกล้อง Live ที่ติดตั้งไว้บริเวณ Kappa Bridge ได้ง่ายๆ ทำให้คุณวางแผนทริปได้อย่างแม่นยำและไม่พลาดช่วงเวลาสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี สุดท้ายสิ่งที่เอ๊ะเรียนรู้จากการเดินทางคนเดียวที่ Kamikochi ก็คือความสงบและความกล้าหาญที่เกิดขึ้นในใจตัวเอง การได้เจอธรรมชาติที่งดงามตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ผสมกับการได้พักเพียงลำพังในสถานที่ที่สวยงามเหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่และมีค่ามากสำหรับชีวิตใครหลายๆ คนจริงๆ










โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕