หลังจากอ่าน บาสเตียน ฉันก็ทั้งรักและมีเรื่องให้ติ(ด่า)มากมาย
เริ่มจากธงแดง > แดงเข้ม > เขียว > ดำ > (กลับมา) แดงอีกครั้ง > แล้วค่อยไปเขียวทีหลังนู้น
แต่งงานธุรกิจ ยิ้มธุรกิจ รักธุรกิจ แต่หัวใจไม่ธุรกิจนะ ถูกใจเธอมาก เธอจ๋าสวยสง่าที่สุด
หลงมาก ชอบตั้งแต่แรก เป้าตุงอยู่อย่าง!!
ยัยเด้งก็เหตุผลนำอารมณ์ วิเคราะห์ทุกอย่างตามตรรกะ
กลายเป็น คู่ที่เหตุผลค้ำคอสุดๆ
ส่วนตัวไบแอสมาก! ชอบมาก! เรื่องเหี้ยมีให้ด่าและเกลียดการกระทำนั้นมาก แต่ชอบพล็อต การดำเนินเรื่อง คาแรคเตอร์ตัวละคร ไวบ์พระ-นาง ปมและเหตุผล จุดเริ่มต้น จุดตัดและจุดจบ ทุกอย่างโดยใจ ลงตัว (ถึงจะยาวเกินไปหน่อย)
เป็นเรื่องที่ชอบการวางโครงและมีปัญหาทั้งสองฝ่าย พยายามหาจุดเชื่อมโยงที่ทำให้มาเจอกันได้ดี ชอบ สนุก ครบรส (แต่ความชอบของนี่ ไม่ได้หมายความว่าจะยกยอปอปั้นหรืออวยเสมอไป)
*ถ้าแมทเธียสกับเลย์ลาคือความหมกมุ่นและลุ่มหลง บาสเตียนกับโอเด็ตคือเจ้าแห่งปัจจัยภายนอกที่คนอื่นยัดให้และเหตุผลอันทรงพลัง*
บาสเตียนทั้งเย่อหยิ่งทะเยอทะยาน ไม่สนใจเกียรติ ขอแค่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ทำ
ในขณะที่โอเด็ตรักเกี ยรติและศักดิ์ศรีของตนและพยายามดิ้นรนในทั้งตัวเองและน้องสาวที่รักอยู่รอด(อย่างมีเกียรติ มีเหตุผลและเส้นทางที่พอจะเป็นไปได้)
น้ำเน่าแบบ ชอบตั้งแต่แรกเห็น(แต่ไม่ถึงขั้นตกหลุมรัก) ก่อนจะถูกบังคับให้แต่งงานจนเกิดข้อสัญญาเพื่อสวมบทบาทสามี-ภรรยาปลอมๆ ตลอดจนการหักหลังและแก้แค้น
เป็นเรื่องที่รวมทุกรสชาติไว้ในเรื่องเดียวจนเข้าใจแล้วว่าทำไมจำนวนตอนเยอะขนาดนั้น ด้วยพล็อต พ้อย เส้นเรื่อง มีเรื่องให้เล่าเยอะพอสมควร ซึ่งไม่ใช่แค่ในแง่ความรู้สึกของพระ-นาง แต่เหตุผลรอบนอกที่เป็นจุดเริ่มต้นและตัวกดดันด้วย
ว่ากันด้วยพ้อยหลักของการชูเนื้อเรื่องเลยมันคือ คู่นี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ชวนให้เข้าใจผิดและไม่เข้าใจกันตั้งแต่แรก ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเหตุผลรองรับหมด เพราะนักเขีย นหย่อนขนมปังตามทางมาตลอด ทั้งความเข้าใจที่บาสเตียนตั้งใจจะแต่งงานกับแซนดีน ทั้งการเจอกันครั้งแรกในบ่อนกับพ่อที่มีสภาพแบบนั้น ไหนจะความอีรุงตุงนัง(จากความหล่อฮอต) ที่เป็นต้องเหตุให้คุณทหารเรือจำเป็นต้องรับองค์การแต่งงาน
จึงเป็นเหตุที่จะโทษใครว่าโง่ไม่ได้เลยเพราะเรื่องราวความเข้าใจผิดที่เต็มไปด้วยเหตุผลมันส่งให้ความรู้สึกกับความคิดและการกระทำ ทุกอย่างสวนทางกันไปหมด
แม้จะมีจุดน่าหงุดหงิดโอเด็ตที่แบบ ทำไมไม่พูดล่ะ แต่ก็เข้าใจได้เพราะโอเด็ตอยู่ใยสถานะลูกจ้าง ถูกจ้างให้แต่งงานโดยที่เจ้าตัวรับรู้มาเสมอว่าเป้าหมายของบาสเตียนคือการแต่งงานกับแซนดีนเพื่ออนาคต ภาพมันเลยออกมาเหมือนเด้งยอมแซนดีในหลายๆ เรื่อง ซึ่งแท้จริงตามเหตุผลคือ เด้งแค่ทำตามหน้าที่ลูกจ้าง ที่ปูทางเพื่อ บาสเตียนและนายหญิงคนใหม่ตามหน้าที่ สภาพที่คนอ่านเห็นเลยเป็นงั้น
ทว่าต่อให้ทั้งคู่จะเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองดีและสัมผัสได้กลายๆ ว่าอีกฝ่ายมีความรู้สึกกับตนอย่างไร แต่ความรู้สึกเหล่านั้นมันค้านด้วยเหตุผลและสารตั้งต้นเพื่อดึงตัวเองกลับมาเสมอ
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่ที่ดูจะยึดถือเหตุผลเป็นหลัก พยายามตัดอารมณ์ความรู้สึกและพูดเรื่องในใจเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกไปมากกว่านี้และไม่ให้อีกฝ่ายลำบากใจ อย่างไรเสียการแต่งงานปลอมๆ ก็ต้องจบภายใจ 2 ปี
ส่วนตัวเลยว่าเอ้อ เข้าใจทุกอย่างเลยว่ะ ทุกสิ่งที่สื่อออกมาจากตัวบาสเตียนและโอเด็ต นักเขียนดำเนินมันด้วยปัจจัยภายนอกและเหตุผลอะ
มาสู่ประเด็นการหลังหลังของโอเด็ต และการเอาคืนขอ งบาสเตียน
การหักหลังของโอเด็ตส่วนตัวมองว่านี่เป็นจุดอ่อนที่สุดในเรื่อง อ่านแล้วรำคาญ หงุดหงิด ถึงจะเข้าใจในตัวยัยเด้ง แต่มันเหมือนเหตุผล การตัดสินใจและความคิด ช่วงนี้เป็นช่วงที่นข.ทำให้ยัยเด้งดูโง่ที่สุด เพราะนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำลายทุกคน และเด้งเห็นแก่ตัวจนเห้ย! เรื่องอื่นกล้าขอได้ เรื่องนี้ก็ควรมีจุดให้ยัยเด้งลังเลหน่อย อยากช่วยน้องสาวน่ะใช่ แต่เงินที่น้องสาวได้อยู่อย่างสุขสบายก็มาจากบาสเตียนอะ แล้วมันเป็นจุดที่ เด้งเป็นคนวางแผนรอบขอบตลอด แต่เรื่องนี้ไม่คิดเผื่ออะไรเลย ถ้าตอนอ่านแล้วเห็นความพยายามที่จะปรึกษาหรือปรับแผนให้บาสเตียนพังได้น้อยที่สุด จะเข้าใจและดูเป็นโอเด็ตมากกว่านี้
จุดนี้พูดตามตรงว่ามันทำให้นี่รู้สึกว่า นข. แค่อยากเขียนซีน ขข. พยายามหาจุดที่ร้ายแรงมาเพื่อนำไปสู่การขข.ที่ป่านเถื่อนของบาสเตียน เพื่อแสดงอำนาจ กดขี่ และเข้าสู่ความสัมพันธ์รุนแรงเพื่อจะโรแมนติกไซน์สิ่งเหล่านั้น *ทำให้มันเลวร้ายที่สุดเพื่ออ้างว่าโบ้ แล้วง้อกัน* นี่ยังไม่นับซีนก่อนหน้าที่เฉียดถูก ขข. หลายครั้งนะ คือการสื่อทั้งหมดนั้น มันไม่มีเลยสักเสี้ยวที่จะเห็นว่าโอเด็ตเคลิ้ม คล้อยตาม หวั่นไหวหรือสมยอมอะ แม้โอเด้งจะเริ่มก่อนเพื่อแผน แต่การบรรยายในท้ายที่สุดก็จะตีกลับมาว่าโอเด็ตเปลี่ยนใจ ขัดขืนและหวาดกลัว ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกเหมือนบาสเตียนเป็นปีศาจอะ เอะอะจะขข.อย่างเดียว เลยไม่ชอบการสื่อสารในแง่นี้ของนข. เท่าไหร่ ถ้ามีบางช่วงที่โอเด็ตชอบ หวั่นไหวและปล่อยใจ แต่ถูกขัดจังหวะ เราจะยังได้เห็นว่าอย่างน้อย สัมผัสของบาสเตียนโอเด็ตก็ไม่ได้รังเกียจหรือกลัวมัน ช่วงหวานๆ ในตอนจบอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
ที่สำคัญแม้ว่าเรื่องการหักหลัง จะเริ่มที่โอเด็ตก่อนและโอเด็ตมีความผิดจริง แต่ความผิดที่โอเด็ตทำก็ไม่สมควรถูกเอาคืนแบบนี้
มันกลายเป็นว่าโอเด็ตก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษ เพราะบาสเตียนเหยียบหย่ำไปแล้ว พูดยังไงดี คือเด้งผิด > บาสเอาคืน > เด้งฝืนจนทนไม่ไหว > เด้งหนี > บาสง้อ > เกิดสงครา0 > กลัวความตุยเลยใจอ่อน *สุดท้ายปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ถูกเคลียร์ด้วยความตั้งใจจริงอะ
แล้วโอเด็ตหักหลังบาสเตียนและรู้สึกผิดแค่ไม่กี่ตอน จากนั้นบาสเตียนเอาคืนยาวๆ เลย ทั้งที่ในจุดนี้บาสเตียนคือผู้ถูกกระทำ แต่ก็ยังโดนผลักให้กลายเป็นผัวชั่วได้ในพริบตา แล้วในความสัมพันธ์พี่น้องของโอเด็ตทีร่า นี่รู้สึกเหมือนบาสเตียนอะ แบบ การทุ่มเทของโอเด็ตช่างไร้ประโยชน ์ เราไม่เห็นความรักของสองพี่น้องเลย เห็นแค่ภาระ แล้วพ่อบทจะตุยก็ตุย
แล้วยิ่งโอเด็ตพูดถึงทีร่า ยิ่งทำให้โอเด็ตเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่รู้อะ ถ้าทีร่าดีกว่านี้สักนิด ความสัมพันธ์พี่น้องดูอุ่นใจกว่านี้อีกนิด นี่จะไม่ตั้งแง่สงสัยใจสิ่งที่โอเด็ตทำขนาดนี้
ย้ำว่าโอเด็ตไม่ควรเจอเรื่องเลวร้าย แต่โอเก็ตก็ดูเห็นแก่ตัวและไร้จิตสำนึกเหมือนกันอะ ก่อเรื่องเสร็จ น้องเรียนจบ ส่งน้องออกนอกประเทศ แล้วถามถึงแต่เรื่องสัญญา รอแต่จะหย่าจะอะไรไม่หยุด เลยแบบ อืม เซ็ง
*จุดหนึ่งที่รู้สึกว่านข.ไม่ถนัด ตั้งแต่เลย์ลามาจนโอเด็ต คือการสื่อความรักในฝั่งนางเอกที่มีต่อพระเอก ไม่ว่าจะหวั่นไหว วาบหวามหรือลุ่มหลง เราแทบสัมผัสไม่ได้เลยว่าฝั่งนางเอกรักพระเอกจากใจ มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนนางเอกรักเพราะถูกบังคับ รักเพราะเป็นของเขาไปแล้ว รักเพราะอำนาจปิตาและสังคมอะ ในขณะที่การเขียนฝั่งพระเอกดูจะเข้ามามากกว่า ทั้งรัก หลง อยากครอบครองและจุดเปลี่ยนแปลงตัวเอง* ส่วนตัวเลยพูดฝั่งพระเอกได้เต็มปากมากกว่าว่าคาแรคเตอร์มีมิติและพัฒนาการ (อันนี้ยังไม่รวมองค์ชายผู้อื้อฉาวนะ ยังไม่เคยอ่านนิยาย แต่บทในเว็บตูน นี่ก็ไม่ได้สัมผัสถึงเฮอร์น่าแบบมีมิติที่น่าสนใจขนาดนั้น มีแค่รัก หลงและโกรธจนนิ่ง ขนาดเสียลูกไปนี่ยังไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดตามเลย คงต้องลองอ่านนิยายที่ดีเทลกว่าก่อน)
มาในส่วนของผัวเปรตที่รัก ชีวิตน่าสงสารมาก
บาสขข.ได้เลวทรามต่ำช้า ระยำตำบอนมาก แมทใช้อำนาจดยุกในการหว่านล้อมกดดันให้เลย์ลาสมยอมโดยที่เลย์ลาฝืนใจ แต่บาสคือขข.ด้วยความโกรธเกลียด ความแค้น ทั้งรุนแรงและหยามเกียรติ โยนเงินอีก เอาเข้าไปไอ้หนุ่ม ทำลายโอเด็ตแบบยับเยินไม่มีชิ้นดี ซ่อนความรักความหลงเอาไว้ลุกแล้วแสดงออกถึงความต่ำช้าและน่ากลัว (ส่วนตัวว่าแมทเหี้ยและไม่ได้ดีไปกว่ากัน แต่แมทก็ไม่กระทำรุนแรง เลยปัดบาสเหี้ยกว่าแมทมาก)
ยิ่งบาสเป็นคนทะเยอทาน พยายามพาตัวเองขึ้นไปสูง จุดที่ข่มเก่งและเหยียดหยามคนอื่นจะยิ่งรุนแรง เพราะต้องกดคนอื่นให้อยู่ใต้อำนาจ มันสามารถตีความจุดนี้ได้ด้วยเหมือนกัน บาสเตียนทั้งระบายความโกรธแค้น แสดงอำนาจ และกดขี่ข่มเหงโอเด็ตซึ่งเป็นผู้หญิง ของโอเด็ตในเวลาเดียวกัน แล้วโอเด็ตเป็นคนรักเกียรติรักศักดิ์ศรีมาก แต่ถูกผัวเองทำลายไม่มีชิ้นดี
จุดนี้มองว่าการที่นักเขียน เขียนให้แท้งลูกเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเด็กคนนั้นจะเกิดจากพ่อที่ข่มขืนแม่ด้วยอารมณ์เชิงนั้น
ประเด็นหนึ่ง ที่ปฏิเสธไม่ได้ นี่คืองานโรแมนติกไซน์ความรุนแรง ไม่ว่าจะยกเหตุผลไหนมาอ้างก็ฟังไม่ขึ้น ซึ่งจุดนี้ควรยอมรับและไม่ควรฟอกขาว จริงๆ ก่อนเหตุการณ์รุนแรงช่วงกลางเรื่องที่เป็นจุดหักธง ก่อนโน้นโอเด็ตก็หวิดถูกขข. เช่นกัน แม้ผู้เขียนจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นและในครั้งที่สองซึ่งเป็นเชิงก้ำกึ่งเพราะแผนของโอเด็ตก็ตาม แต่พฤติกรรมเหล่านั้น เราซึ่งเป็นคนอ่านในปัจจุบันและนักเขียนก็เขียนท่ามกลางสังคมตระหนักรู้ จึงไม่อาจมองข้ามสิ่งเหล่านั้นได้แม้ว่าจะเข้าใจใน พ้อยหลายๆ อย่างของการดำเนินเรื่องก็ตาม
*อย่าฟอกขาวด้วยยุคสมัยค่ะ คนเขียนยุคปัจจุบัน คนอ่านยุคปัจจุบัน และยังมีนิยายย้อยยุคอีกหลายเรื่องที่สนุก ดี ครบรสได้โดยไม่มีการขข.เข้ามาเกี่ยวข้อง*
รู้ใช่มั้ยว่าถ้าเป็นนข.ไทย โดนแขวนด่าไม่ได้ผุดได้เกิดแล้ว
และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมยาวและตอนพิเศษเยอะ เพราะถ้าน้อย ความสมเหตุสมผลทุกอย่างจะหายไปเลย
หลังจากที่ได้อ่านนิยายบาสเตียนอย่างละเอียด ผมสัมผัสได้ชัดเจนว่าผลงานนี้พูดถึงความรักที่ไม่ได้หวานแหววเหมือนนิยายโรแมนติกทั่วไป แต่เป็นการเล่าเรื่องชีวิตคู่ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยบาดแผลทางอารมณ์ การแต่งงานที่เกิดขึ้นแบบธุรกิจและภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยภายนอก กลายเป็นโครงสร้างที่ทำให้ตัวละครยานไปในทิศทางที่ไม่ธรรมดา ประเด็นสำคัญคือความสัมพันธ์ของบาสเตียนและโอเด็ต ที่ต้องต่อสู้กับความเข้าใจผิด หลักเหตุผล และความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างหนัก บาสเตียนในเรื่องถูกวาดให้เป็นคนทะเยอทะยานและเย่อหยิ่ง โดยไม่เกรงกลัวเกียรติหรือศักดิ์ศรีของผู้อื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แม้อาจต้องใช้วิธีที่รุนแรงและกดขี่โอเด็ต ในขณะที่โอเด็ตเป็นตัวแทนของความรักเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองและคนที่รัก การดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากสถานการณ์เช่นนี้สะท้อนความจริงของเรื่องราวที่ซับซ้อน สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจอย่างหนึ่งคือการที่นักเขียนนำเสนอความรุนแรงในความสัมพันธ์โรแมนติกไซน์อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการปกปิดหรือฟอกขาว แม้บางช่วงจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดกับการตัดสินใจของตัวละครอย่างโอเด็ต แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นการสะท้อนความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์และสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้ ส่วนด้านการวางพล็อตและตัวละครก็ทำได้ดี มีความสมเหตุสมผล แม้ว่าความยาวของเรื่องและฉากพิเศษจะเยอะก็ตาม แต่ก็ช่วยขยายความลึกซึ้งและรายละเอียดในเนื้อหาได้อย่างครบรส จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเชื่อว่าการอ่านนิยายแบบนี้ช่วยให้เข้าใจความซับซ้อนในความสัมพันธ์ของคนจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องโรแมนติกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของอำนาจ ปัจจัยภายนอก และการแก้แค้น ซึ่งบางครั้งความรักก็ต้องผ่านความเจ็บปวดและความเข้าใจผิดก่อนจะเจริญเติบโตขึ้นได้ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบนิยายที่มีทั้งความรัก ดราม่า และความสมจริงในปมปัญหาชีวิตคู่ บาสเตียนคือนิยายที่ไม่ควรพลาด แต่ต้องพร้อมใจเย็นและมีความเข้าใจในมุมมองที่หลากหลาย รวมถึงไม่ต้องหวังให้ความรักทุกครั้งจะหวานแหววเสมอไป


