แผ่นดินไหวขนาด 5.4
แผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมียนมา คาดเกิดจาก “รอยเลื่อนสะกาย” ทำตึกสูงใน กทม. โยกตัว
นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เผยเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่นอกชายฝั่งเมียนมา คาดว่าน่าจะเกิดจาก “รอยเลื่อนสะกาย” จึงอาจส่งผลให้อาคารสูงหลายแห่งใน กทม. เกิดการโยกตัว แต่ไม่รุนแรงเท่ากับวันที่ 28 มีนาคม 2568
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่นอกชายฝั่งเมียนมา โดยจุ ดศูนย์กลางที่ระดับความลึกประมาณ 10 กม. ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย อธิบายว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวคาดว่าน่าจะเกิดจากรอยเลื่อนสะกาย แต่จุดที่เกิดเหตุเป็นคนละจุดกับแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
สำหรับแผ่นดินไหวในวันนี้มีขนาดเพียง 5.4 ซึ่งเบากว่าแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมมาก แต่ก็เกิดขึ้นใกล้กรุงเทพฯ มากกว่า โดยประมาณการระยะทางจากจุดที่เกิดแผ่นดินไหวถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 400-500 กิโลเมตร
แผ่นดินไหวดังกล่าวจึงอาจส่งผลให้อาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานครเกิดการโยกตัว แต่จะไม่รุนแรงเท่ากับวันที่ 28 มีนาคม โดยสาเหตุของการโยกตัวของอาคารเกิดจาก
1. สภาพชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ 3-4 เท่า
2. คลื่นแผ่นดินไหวที่ขยายตัวโดยชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ จะทำให้เกิดคลื่นยาว ซึ่งมีผลกระทบต่อกลุ่มอาคารสูง
อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่า ระดับความรุนแรงของการสั่นไหวที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อตัวโครงสร้างอาคาร แต่ก็อาจมีผลต่อองค์ประกอบด้านงานสถาปัตยกรรมของอาคาร เช่น ผนังอิฐ โคมไฟสั่นไหวในระดับที่ไม่รุนแรง ดังนั้นประชาชนยังไม่ควรตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์นี้ แต่ควรติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดจากข่าวสารที่เชื่อถือได้ของทางราชการ หรือหากมีข้อสงสัยด้านโครงสร้างอาคาร สามารถติดต่อสอบถามที่สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยได้ #ติดเทรนด์ #แผ่นดินไหว #ข่าววันนี้ #ข่าวสาร #ข่าวด่วน
แผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเมียนมา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 แม้จะมีขนาดเล็กกว่ากับแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่เกิดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่การเกิดแผ่นดินไหวในระยะใกล้กรุงเทพฯ ประมาณ 400-500 กิโลเมตร ทำให้อาคารสูงในกรุงเทพฯ มีการโยกตัวเนื่องจากคลื่นแผ่นดินไหวที่ส่งผ่านชั้นดินอ่อนในพื้นที่เมืองหลวงแห่งนี้ ชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ มีคุณสมบัติในการขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ 3-4 เท่า และสร้างคลื่นยาวที่ส่งผลต่ออาคารสูง ทำให้โครงสร้างอาคารบางส่วนได้รับผลกระทบในรูปแบบของการสั่นสะเทือน แม้ความรุนแรงจะยังไม่ถึงระดับที่ทำลายโครงสร้างหลักของอาคาร แต่สามารถทำให้ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม เช่น ผนังอิฐ หรือโคมไฟ เกิดการสั่นไหวได้ จากความรู้ทางวิศวกรรมแนะนำว่า ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกอย่างเกินเหตุ แต่ควรอยู่ในความระวังและเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือ เช่น การแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการและสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย หากพบปัญหาหรือสงสัยเกี่ยวกับความมั่นคงของอาคาร สามารถขอคำปรึกษาเพื่อความปลอดภัยได้ นอกจากนี้ การตรวจสอบอาคารสูงในกรุงเทพฯ ยังเป็นสิ่งสำคัญในระยะยาวเพื่อเตรียมพร้อมและยกระดับความแข็งแรงของอาคารต่อแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการออกแบบและให้การดูแลรักษาโครงสร้างตามมาตรฐานที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่เมืองหลวงอย่างมีประสิทธิภาพ

