“ดีลลับอนุทิน-ทรัมป์” : ชักศึกเข้าบ้าน แลกชาติขายแผ่นดิน!?

“ดีลลับอนุทิน-ทรัมป์” : ชักศึกเข้าบ้าน แลกชาติขายแผ่นดิน!?

เสียงวิพากษ์จากทุกทิศสะเทือนถึงหัวใจของ “รัฐบาลหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีผู้ถูกมองว่ากำลังเดินเกมเสี่ยง — เสี่ยงทั้งทางการเมือง และเสี่ยงต่ออธิปไตยของแผ่นดินไทย!

หลังจาก “ดีลลับ” ไทย-สหรัฐฯ ว่าด้วย “แร่หายาก” (Rare Earth) ผุดขึ้นกลางเวทีโลก ระหว่างการประชุมที่มาเลเซีย แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และไม่มีการผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ภาคประชาชนจำนวนมากจึงตั้งคำถามว่า — นี่คือ “ความร่วมมือเพื่อชาติ” หรือ “การขายชาติฉบับใหม่” กันแน่?

เพราะในขณะที่สหรัฐฯ กำลังรุกหนักในภูมิภาคอาเซียน เพื่อปิดล้อมจีนในสงครามเทคโนโลยี “อนุทิน” กลับยื่นมือเข้าไปในดีลที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ไทยกลายเป็น “สนามรบทางยุทธศาสตร์” ระหว่างสองมหาอำนาจ — ทั้งหมดนี้โดยไม่มีการชี้แจงใด ๆ ต่อประชาชนคนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง!

🔍 ม.190 ถูกแก้ แต่ผลคือ “เปิดช่องขายชาติ”

ย้อนกลับไปในสมัยรัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่มีการแก้ไข มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ — เดิมทีบทบัญญัตินี้บังคับให้ “ข้อตกลงระหว่างประเทศ” ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา แต่หลังการแก้ไข กลับเปิดช่องให้รัฐบาลใดก็ได้สามารถ “เซ็น MOU ได้ทันที” โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ

และช่องนี้เอง… ที่ทำให้ “อนุทิน” และ “ฮุน มาเนต” ผู้นำกัมพูชา ใช้เซ็นข้อตกลงหลังฉากทั้งในเวที JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา) และ GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป) — รวมถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU 43/44) อันเป็นชนวนเดือดในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

⚠️ MOU 2543: กับดักที่ไทยยังไม่เคยปลด

ภาคประชาชน นำโดย “อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์”, “ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์”, “วีระ สมความคิด”, “เทพมนตรี ลิมปพยอม” และ “คมสัน โพธิ์คง” ออกมาตั้งคำถามแรงว่า — เหตุใดรัฐบาลไทยจึงยังคง “ยึดถือ” MOU 2543 ว่าด้วยการสำรวจแนวเขตแดน ทั้งที่กัมพูชาเองละเมิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งการรุกล้ำพื้นที่ การยิงพลเรือน และการวางทุ่นระเบิดในเขตไทย

แต่ไทยกลับ “นิ่ง” และบางครั้งถึงขั้นต้อง “ขออนุญาต” ฝั่งกัมพูชาในการเข้าไปดำเนินการในดินแดนของตัวเอง!?

คำถามที่สะเทือนใจคือ — นี่หรือคือรัฐบาลที่ประกาศว่าจะไม่ยอมเสียเปรียบเขมรแม้แต่ “ตารางเซนติเมตรเดียว”?

🧭 LiDAR กับ “เส้นเขตแดนลวงตา”

รัฐบาลอ้างว่าจะใช้เทคโนโลยี LiDAR มาช่วยรังวัดแนวเขตแดนแทนแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา

แต่ตามข้อเท็จจริง — LiDAR เป็นเพียง “เส้นสำรวจทางเทคนิค” เท่านั้น ส่วน “เส้นเขตแดนที่แท้จริง” ยังต้องยึดตาม MOU เดิมที่กัมพูชาใช้แผนที่สยาม-ฝรั่งเศส ซึ่งฝั่งโน้นตีความว่าเป็น “เอกสารสิทธิ์เหนือดินแดนไทย”

พูดง่าย ๆ ก็คือ ไทยกำลังเล่นเกมบนกระดานที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นคนวาง และเรากำลังเสียแต้มทุกตา!

💣 MOU 43 ส่อกลายเป็น “ระเบิดเวลาแห่งชาติ”

หากปล่อยให้ MOU 43 ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการตั้งข้อสงวนหรือการ “ยกเลิก” ตามอนุสัญญาเวียนนา ปี 1969 — ไทยอาจสูญเสียสิทธิในพื้นที่พิพาทไป “ตลอดกาล”

เพราะไม่มีกรอบเวลาที่บังคับใช้ หมายความว่า... ไทยจะไม่สามารถเรียกร้องคืนพื้นที่ที่ถูกครอบครองได้ จนกว่ากัมพูชาจะ “เมตตา”

และนั่นเท่ากับ “การยอมจำนนโดยสมัครใจ” ของรัฐบาลที่อ้างว่ารักชาติ!

🧩 บทสรุป: เมื่อรัฐบาลเล่นเกมใหญ่โดยไม่ถามเจ้าของประเทศ

ดีลลับกับสหรัฐฯ เรื่องแร่หายาก และการปล่อยให้ MOU 43/44 เดินต่ออย่างไร้ทิศทาง — ทั้งหมดนี้กำลังสะท้อน “ความหลงผิดทางยุทธศาสตร์” ของรัฐบาลที่ไม่เข้าใจว่าความมั่นคงของชาติไม่ใช่ของเล่นในห้องประชุม

คำถามสุดท้ายที่ประชาชนอยากถาม “อนุทิน” ก็คือ —

คุณกำลัง “สร้างความร่วมมือเพื่อชาติ” หรือ “เขียนพินัยกรรมขายชาติ” กันแน่?

โดย:aekdon

https://news-wanmai.blogspot.com/2025/10/mou-43.html

#ติดเทรนด์ #ข่าววันนี้ #ข่าวสาร #บทความดีๆที่อยากแชร์ #earth

2025/10/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีความซับซ้อนและสัมพันธ์กันในหลายด้าน การทำความเข้าใจถึงผลกระทบของข้อตกลงระหว่างประเทศอย่าง MOU 43/44 จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับประชาชนที่ต้องการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างแท้จริง การลงนาม MOU โดยไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายที่อาจนำไปสู่การสูญเสียพื้นที่และสิทธิในดินแดนไทย ที่สำคัญคือการละเมิดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากกัมพูชาในบริเวณชายแดน ซึ่งมีรายงานว่าไม่ได้รับการจัดการอย่างทันท่วงทีหรือชัดเจนจากรัฐบาล ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลว่าไทยกำลังสูญเสียความมั่นคงในบริเวณแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยไม่รู้ตัว อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญกับข้อวิจารณ์หนักจากประชาชนส่วนหนึ่งที่มองว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับดีลที่มีแร่หายากซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของโลก อาจเป็นการสร้างความเสี่ยงให้ไทยกลายเป็นสนามรบทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะเมื่อไม่มีความโปร่งใสและการอธิบายอย่างชัดเจนให้กับประชาชน เทคโนโลยี LiDAR แม้จะเป็นเครื่องมือทันสมัยที่ช่วยในการรังวัดและวิเคราะห์ภูมิประเทศ แต่ความจริงแล้วเป็นเพียงวิธีการสำรวจเทคนิค ไม่ใช่เครื่องมือที่สามารถกำหนดเส้นเขตแดนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเส้นเขตแดนที่แท้จริงในกรณีชายแดนไทย-กัมพูชายังคงยึดตามแผนที่เดิมและ MOU ที่ถูกลงนามไว้นานแล้ว การปล่อยให้ MOU 43 ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการตั้งข้อสงวนหรือยกเลิก อาจหมายความว่าไทยสละสิทธิ์ในการทวงคืนพื้นที่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้เพื่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์และการเมืองในอนาคต จากมุมมองของประชาชน การยืนยันสิทธิของชาติและความโปร่งใสในการเจรจาคือหัวใจสำคัญของการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามและตรวจสอบการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศจึงเป็นบทบาทสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมรัฐบาลให้ทำงานอย่างรับผิดชอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง DELIVERING PEACE DEL PK THAILAND UNITED STATES ยังสะท้อนภาพรวมของความร่วมมือและความท้าทายในเรื่องความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ ที่ไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยในอนาคต